ห่างหายไปหลายวัน ไม่มีไรน่าตื่นเต้นเท่าไหร่อ่ะ
มีแต่เรื่องน่าปวดหัว เพราะจ๊อบที่ทำอยู่ ไม่ได้ตรวจแล้วออกงบเอง
แต่ทำงานให้ Sydney office เพื่อเค้าเอาไปรวมทำงบของบริษัทแม่อ่ะ
เพิ่งตรวจปีแรก ประกอบกับเพิ่ง take over กัน เลยยุ่งไปกันใหญ่
ออฟฟิศเค้าเหมือนโกดังอ่ะ แต่ว่าเดินเข้าไปน้ำมันเครื่องหึ่งเลย
ลูกค้าน่ารักดี เป็นมิตรสุด ๆ แบบว่าไม่ถือตัว (แต่ไม่ใช่บัญชีนะ)
เวลากินข้าว ก็นึกบรรยากาศประมาณว่านั่งในห้องพักช่างเครื่องอ่ะ
ชามช้อน เก้าอี้ โต๊ะ ก็ดูไม่สะอาดเท่าไหร่
อยู่ที่นี่เลยไม่ได้กินน้ำอ่ะ เป็นแก้วแล้ว.......ไม่เอาดีกว่า
Welshpool เนี่ย ตอนแรกนึกว่าไม่ไกลจากบ้าน เพราะเห็นไปทาง east
แต่ที่ไหนได้ อย่างวันนี้เข้าออฟฟิศไปเอา taxi voucher แล้วค่อยไปจ๊อบ
โดนค่าแท๊กซี่ไป 27.7 เหรียญ นั่งแค่ประมาณครึ่งชั่วโมงนะ
ระยะทางคงประมาณสาธรไปบางนาอ่ะ แต่บรรยากาศเหมือนออกอยุธยาเลย
ตอนแรกไม่เบิก taxi voucher ไปเพราะว่านึกว่าจะไปรถไฟ
แต่ดูทางแล้ว หารถไฟยังไม่เจอเลยอ่ะ คงต้องไปกลับแท๊กซี่ทุกวัน
ก็นะ เลยต้องไปเบิก taxi voucher ให้พอทั้งอาทิตย์ ไม่งั้นมีหวังได้เดินกลับบ้าน
จ๊อบนี้ทำไรก็ดูเหมือนติดขัดไปหมด
เครียดคะ ไม่มีนาย คนที่จะดูไฟล์คือ manager ที่ Sydney
คราวนี้มีปัญหาเลยไม่รู้จะถามใคร ต้องโทรหาเค้าอย่างเดียวเลย
แล้วก็เนื่องจากการตรวจครั้งแรก บัญชีก็เพิ่งมาได้สองอาทิตย์
ขอไรก็ดูช้าไปหมด ไม่รู้เรื่องเท่าไหร่ โอ้ว................
วันนี้ก็ต้องกลับไปออฟฟิศไปเคลียร์งานของอาทิตย์ก่อน
คือ partner review แล้วอ่ะ แล้วมีประเด็นต้องเคลียร์
กลับถึงออฟฟิศก็หกโมงแล้ว ตามเคยแหละ หายกันหมด
นั่งทำอยู่ถึง 3 ทุ่ม เริ่มรู้สึกว่าดึก เหลืออีกคนอยู่เหมือนกัน
คราวนี้เลยคิดว่าจะผูกมิตร ก็จะกลับเลยหันไปถามเค้าว่า จะกลับยัง เหลือกันแค่สองคน
เค้าก็เสร็จพอดีอ่ะ เลยเดินไปหาแท๊กซี่พร้อมกัน
ตอนขึ้นรถ ก็บอกเค้า เค้าว่ารู้ทางใช่ไหม
เออ ตอนคำถามไม่ได้ฟัง แต่ก็ตอบใช่ กลัวเค้าเอาไปทิ้งอ่ะ
แท๊กซี่ที่นี่ปกติถ้าไม่รู้จักชื่อถนน เค้าจะมีหนังสือติดรถ
แต่เจ้านี้ไม่รู้ว่าไม่มี หรือว่าไม่อยากเปิด เลยถามเรา
เค้าถามว่าคุ้นไหม โอ้ว........กลางคืนพี่ มองไรก็ไม่เห็น บอกอย่างเดียวว่าไม่คุ้น
พอเค้าว่าเนี่ย ด้านหลังนี่ก็ claisebrook station แล้ว
ก็โอ้ว นึกออกเลย เจอวงเวียนพอดี
เลยบอกทางเค้ากลับบ้านถูก
คราวนี้กลับถึงบ้านก็สามทุ่มกว่าแล้ว
หิวนะ เพราะเมื่อเย็น กินช๊อคโกแลตไปชิ้นนึง
กลับบ้านมีข้าวที่วันก่อนหุงแล้วยังกินไม่หมด
คิดไรไม่ออก เลยหยิบกะทะ แครอท แล้วก็ไข่ มาผัด
ได้ข้าวผัดไข่มาจานนึง กับกล่องนึง
กะว่ากล่องนึงเนี่ย คงเป็นอาหารกลางวันพรุ่งนี้
กินไปก็ไม่อิ่มหรอก แต่พอและ อ้วนเกิน
ปะกี้ก่อนออนเอ็ม เขียนได ก็เช็คราคาค่าตั๋วเครื่องบินให้ Risa
คือเค้ามีแผนว่าจะไป Brisbane หรือไม่ก็ Melbourne เดือนกันยายนหน่ะ
เราก็อยากไป Jetstar นี่แหละ ถูกดี แต่ไม่รู้ว่าจะต่อ Visa ได้ป่าวอ่ะ เห้อ.......................
ห่างหายไปหลายวัน ไม่มีไรน่าตื่นเต้นเท่าไหร่อ่ะ
มีแต่เรื่องน่าปวดหัว เพราะจ๊อบที่ทำอยู่ ไม่ได้ตรวจแล้วออกงบเอง
แต่ทำงานให้ Sydney office เพื่อเค้าเอาไปรวมทำงบของบริษัทแม่อ่ะ
เพิ่งตรวจปีแรก ประกอบกับเพิ่ง take over กัน เลยยุ่งไปกันใหญ่
ออฟฟิศเค้าเหมือนโกดังอ่ะ แต่ว่าเดินเข้าไปน้ำมันเครื่องหึ่งเลย
ลูกค้าน่ารักดี เป็นมิตรสุด ๆ แบบว่าไม่ถือตัว (แต่ไม่ใช่บัญชีนะ)
เวลากินข้าว ก็นึกบรรยากาศประมาณว่านั่งในห้องพักช่างเครื่องอ่ะ
ชามช้อน เก้าอี้ โต๊ะ ก็ดูไม่สะอาดเท่าไหร่
อยู่ที่นี่เลยไม่ได้กินน้ำอ่ะ เป็นแก้วแล้ว.......ไม่เอาดีกว่า
Welshpool เนี่ย ตอนแรกนึกว่าไม่ไกลจากบ้าน เพราะเห็นไปทาง east
แต่ที่ไหนได้ อย่างวันนี้เข้าออฟฟิศไปเอา taxi voucher แล้วค่อยไปจ๊อบ
โดนค่าแท๊กซี่ไป 27.7 เหรียญ นั่งแค่ประมาณครึ่งชั่วโมงนะ
ระยะทางคงประมาณสาธรไปบางนาอ่ะ แต่บรรยากาศเหมือนออกอยุธยาเลย
ตอนแรกไม่เบิก taxi voucher ไปเพราะว่านึกว่าจะไปรถไฟ
แต่ดูทางแล้ว หารถไฟยังไม่เจอเลยอ่ะ คงต้องไปกลับแท๊กซี่ทุกวัน
ก็นะ เลยต้องไปเบิก taxi voucher ให้พอทั้งอาทิตย์ ไม่งั้นมีหวังได้เดินกลับบ้าน
จ๊อบนี้ทำไรก็ดูเหมือนติดขัดไปหมด
เครียดคะ ไม่มีนาย คนที่จะดูไฟล์คือ manager ที่ Sydney
คราวนี้มีปัญหาเลยไม่รู้จะถามใคร ต้องโทรหาเค้าอย่างเดียวเลย
แล้วก็เนื่องจากการตรวจครั้งแรก บัญชีก็เพิ่งมาได้สองอาทิตย์
ขอไรก็ดูช้าไปหมด ไม่รู้เรื่องเท่าไหร่ โอ้ว................
วันนี้ก็ต้องกลับไปออฟฟิศไปเคลียร์งานของอาทิตย์ก่อน
คือ partner review แล้วอ่ะ แล้วมีประเด็นต้องเคลียร์
กลับถึงออฟฟิศก็หกโมงแล้ว ตามเคยแหละ หายกันหมด
นั่งทำอยู่ถึง 3 ทุ่ม เริ่มรู้สึกว่าดึก เหลืออีกคนอยู่เหมือนกัน
คราวนี้เลยคิดว่าจะผูกมิตร ก็จะกลับเลยหันไปถามเค้าว่า จะกลับยัง เหลือกันแค่สองคน
เค้าก็เสร็จพอดีอ่ะ เลยเดินไปหาแท๊กซี่พร้อมกัน
ตอนขึ้นรถ ก็บอกเค้า เค้าว่ารู้ทางใช่ไหม
เออ ตอนคำถามไม่ได้ฟัง แต่ก็ตอบใช่ กลัวเค้าเอาไปทิ้งอ่ะ
แท๊กซี่ที่นี่ปกติถ้าไม่รู้จักชื่อถนน เค้าจะมีหนังสือติดรถ
แต่เจ้านี้ไม่รู้ว่าไม่มี หรือว่าไม่อยากเปิด เลยถามเรา
เค้าถามว่าคุ้นไหม โอ้ว........กลางคืนพี่ มองไรก็ไม่เห็น บอกอย่างเดียวว่าไม่คุ้น
พอเค้าว่าเนี่ย ด้านหลังนี่ก็ claisebrook station แล้ว
ก็โอ้ว นึกออกเลย เจอวงเวียนพอดี
เลยบอกทางเค้ากลับบ้านถูก
คราวนี้กลับถึงบ้านก็สามทุ่มกว่าแล้ว
หิวนะ เพราะเมื่อเย็น กินช๊อคโกแลตไปชิ้นนึง
กลับบ้านมีข้าวที่วันก่อนหุงแล้วยังกินไม่หมด
คิดไรไม่ออก เลยหยิบกะทะ แครอท แล้วก็ไข่ มาผัด
ได้ข้าวผัดไข่มาจานนึง กับกล่องนึง
กะว่ากล่องนึงเนี่ย คงเป็นอาหารกลางวันพรุ่งนี้
กินไปก็ไม่อิ่มหรอก แต่พอและ อ้วนเกิน
ปะกี้ก่อนออนเอ็ม เขียนได ก็เช็คราคาค่าตั๋วเครื่องบินให้ Risa
คือเค้ามีแผนว่าจะไป Brisbane หรือไม่ก็ Melbourne เดือนกันยายนหน่ะ
เราก็อยากไป Jetstar นี่แหละ ถูกดี แต่ไม่รู้ว่าจะต่อ Visa ได้ป่าวอ่ะ เห้อ.......................
วันนี้ไป Subiaco มาเห็นเค้าว่ามันเป็นตลาดที่เปิดแค่ศุกร์ถึงอาทิตย์
ออกจากบ้านก็เที่ยงอ่ะ ไปกับ Risa ก็นัดกันตั้งแต่อาทิตย์ก่อนแล้วแหละ
ไปถึงสถานีรถไฟ Perth ก็งง ๆ เพราะ Risa เดินช้า
คือว่าเค้าเห็น agent กับกลุ่มคนญี่ปุ่นหน่ะ
เค้าบอกว่า ไปขบวนต่อไปได้ไหม เค้าไม่อยากเจอ
เราก็ว่า ไม่เป็นไร เพราะรถไฟที่ไป คือสาย Frementle เนี่ย มันออกทุก 15 นาที
แต่ระหว่างรอ ไม่อยากยืนเฉย ๆ อ่ะ เลยบอกเค้าว่าจะออกไปเดินเล่นกันก่อนไหม
ถ้าลงออกไปสถานีนี้ก็ไม่เสียตังไง เราเลยออกไปเดินเล่นแถว ๆ นั้น
คือมันมีร้านหนังสือกับเสื้อผ้าตรงสถานีพอดีอ่ะ
แต่มันไม่มากมายหรอก เดินพอหายเหงาได้สิบนาที
เดินกลับมาสักพัก รถไฟขบวนนั้นก็ออกไป
คราวนี้เลยลงไปนั่งรอที่ชานชลา สักพักก็เห็นคนกลุ่มใหญ่
ใส่เสื้อสีม่วงอ่ะ ม่วงเข้ม คงจะใส่ไปเชียร์บอลอ่ะ
เห็น Risa บอกว่ามันเป็นออสเตรเลียฟุตบอล (คงคล้าย ๆ อเมริกันฟุตบอลนั่นแหละ)
เสื้อม่วงนี้ก็เป็นทีม Frementle อ่ะ พอดีวันนี้มีแข่งบอลที่ West Leedervile
(เสื้อม่วงแล้วนึกถึงจอซอ่ะ สีนี้มันสีเสื้อรุ่นแรกนี่นา)
รถไฟมาตอนเที่ยงครึ่ง รถไฟเต็มเพราะแฟนบอลนั่นแหละ
แต่ก็มีบ้างนะที่เค้าลง Subiaco คงยังไม่ถึงเวลาบอลมั้ง
พอลงรถไฟ ก็ขึ้นบันไดเลื่อนขึ้นมาตรงถนน
สถานีที่นี่สวยดีอ่ะ มันไม่ใช่รถไฟใต้ดินซะทีเดียว แต่สถานีนี้มันอยู่ใต้ดิน
พอขึ้นมาก็เดินไปตามทางถนนไป
คงเป็นถนนใหญ่อ่ะ มีร้านเสื้อ รองเท้ามั่ง
แต่ไม่เยอะนะ ถนนมันเล็กอ่ะ มีแค่สองเลนเอง แต่สวยใช้ได้เลย
เดินไปสักพักก็เจอบาร์ที่อาทิตย์ก่อน Diana พามา
ก็เลยเดินผ่าน เห็นร้านขายของชำญี่ปุ่นก็เข้าไปดู
โอ้ว มียำสาหร่ายด้วย 200 กรัม 4 เหรียญนิด ๆ
อยากกิน อยากซื้อ แต่กว่าจะกลับบ้าน กลัวเลอะกระเป๋าอีก เลยถอยดีกว่า
ใกล้ ๆ กันมี supermarket คงเป็นของท้องถิ่นแหละ
เราก็ปรี่เข้าไป เพราะมันใหญ่กว่าทุกที่ที่เราเคยไปอ่ะ
แล้วก็เข้าไปหาซีอิ๊วดำ เพราะจะทำผัดซีอิ๊วไง
ปัญหาคือ ไม่รู้ว่าอันไหน เพราะไม่รู้ภาษาอังกฤษว่ามันเรียกว่าไร
อีกอย่าง พอดูแล้ว มันไม่เห็นมีอันไหน เหนียว ๆ เลย คงมีแต่ soy sauce ที่เรากินที่บ้านนั่นแหละ
คราวนี้เดินต่อไป ดูเครื่องแกง
เออ ดีนะ ที่นี่ยังพอมีของไทยบ้าง แต่ยี่ห้อไรไม่รู้ ไม่เคยเห็นที่ไทย
ก้มลงไปดู มันมีแค่ ต้มยำ แกงเขียวหวาน มัสมั่น น้ำจิ้มสุกี้
อย่างอื่นหาไม่เจออ่ะ เลยหยิบมัสมั่นมา เพราะว่าอย่างอื่นเผ็ด Jessica กินไม่ได้
ก่อนออกจาก supermarket หิวอ่ะ ถ้ากินข้าว Risa ต้องกินด้วย
เลยหยิบ Mars ไปแท่งนึง แล้วก็กินไปเดินไปนั่นแหละ
เดินต่อไปเริ่มไม่ค่อยมีร้านแล้ว เลยคิดว่าจะเดินกลับอีกถนนนึง
แต่เดินไป เริ่มน่ากลัว มีพวกนั่งรถแล้วเปิดกระจกแซว
มีผู้ชายเดินตามติดหลังอีก เลยไม่เอาดีกว่า
กลับทางเดิมดีแล้ว คาดว่าทางนั้นคงเป็นถนนหลักอ่ะ
เดินกลับไปก็หาทางไปตลาดที่เค้าว่ากัน จริง ๆ แล้วมันอยู่ข้างสถานีเลย
เดินเข้าไปเหมือนจะใหญ่ แต่ของที่ขายไม่มีไรเลยจริง ๆ เระระมาก
จะเห็นเป็นเรื่องเป็นราวหน่อยตรงที่มีตลาดสดอยู่สามสี่ร้าน
ก็มีผัก ผลไม้ ข้าวสารอาหารแห้ง (อ้อ มีซอสพริกศรีราชาขายด้วยนะ)
แต่ไม่ยักจะเจอ เส้นใหญ่เลย สงสัยที่นี่ไม่กินกัน
เดินออกมาแบบ งง ๆ ว่ามีแค่นี้เหรอ เดินไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็หมดแล้ว
Risa เค้าก็บอกว่าขอไปห้องน้ำ เลยให้เราเดินรอที่ Woolworth ข้างสถานี
ก็อย่างเคย เดินหาเครื่องแกง เส้นใหญ่
ไม่มีจริง ๆ อ่ะ มีแต่เส้นเล็ก เอาไว้ทำผัดไท
แล้วก็มีที่เป็นชุดสำเร็จรูปสำหรับทำผัดไท อีกอย่างที่เห็นคือ มีน้ำมะขามเปียกขายด้วย อิอิ
เดินสักพัก Risa เดินกลับมา เราก็เดินหาอาหารกลางวันสำหรับอาทิตย์หน้า
เจอะ Aussie burger คือมันเป็นเสื้อสับอ่ะ มีอีกอย่างที่น่าสนคือเนื้อแกะ
แต่มันชิ้นเล็กแล้วหนา คงเอาไว้กินกับขนมปังลำบาก
เลยเลือกเนื้ออ่ะ ต้องกินเนื้ออีกแล้ว ที่นี่หาหมูไม่ได้เลยอ่ะ
ซื้อเสร็จออกมา บ่ายสามนิด ๆ เราก็ถาม Risa ว่าจะเดินต่อไหม
เค้าว่าไม่และ เค้าจะกลับเข้าเมือง ไปหาเพื่อน เพราะวันนี้เค้านัดดูบอลกับเพื่อนที่บ้านเพื่อน
เราก็เลยแยกกันตรงนั้น แล้วเราก็เดินเล่นต่อ
จำได้ว่าที่เดินผ่านมาตอนแรก ใกล้ ๆ กับ supermarket แรกอ่ะ
มีร้านอาหารไทยอยู่ชั้นสอง ชื่อ Amarin กะว่าจะไปดูสักหน่อย
เดินไปก็เจอ Coles เป็น supermarket อีกแห่ง
แต่ไม่ได้ไรกลับมานะ เพราะบางอย่างแพงกว่า woolworth อีก
แล้วก็เริ่มหลงและ หาทางสักพักถึงจะเจอถนนใหญ่
แล้วก็เดินหา Amarin ปรากฎว่า มันปิดคะ วันนี้ขายแค่ตอนเย็น
แล้วที่เห็นเนี่ย มันเป็นของคนเวียดนาม เพราะมีชื่ออยู่หน้าร้าน
เห็นแล้วก็โห เดินมาทำไมเนี่ย............
เดินกลับคะ คราวนี้เริ่มรู้สึกหนาวแล้วก็หิว
มึนเหมือนเป็นโรคกระเพาะ แต่จะกลับบ้านก็กระไร นี่เพิ่งสี่โมงเอง
กลับเข้าเมือง เลยนั่ง blue CAT จาก Perth station ผ่าน china town มั้ง
วนมาตรง Forrest Place อ่ะ สิบนาทีเอง
ลงรถแล้วเริ่มหิว ปวดหัว หนาว เลยเดินเข้าไปกิน ชีสเบอร์เกอร์ Hungry Jack
กินไปอันนึง ยังหนาว เริ่มมึน แต่ยังเดินเข้าร้าน Supre'
คือว่าเห็นถุงร้านนี้คงถือเยอะอ่ะ เหมือนถุงผ้านั่นแหละ
สีชมพูสวยดี กะซื้อเป็นของฝากน้อง ๆ เพราะนึกว่ามีขาย
เข้าร้านไป เห็นเสื้อผ้าลดราคา แล้วก็สอดส่ายสายตาดูว่าถุงขายอยู่ตรงไหน
ปรากฎว่า ไม่ขายคะ ซื้อของแล้วถึงให้
แล้ววันนี้เป็นถุงสีม่วงอ่ะ อยากได้ เลยเดินหาของที่จะซื้อ
ไปเจอกางเกง ตัวละ 20 ไปลองไซส์ M
เข้าห้องลองคะ ใส่ได้นะ แต่หลุดหมด ถึงลงมาได้ถึงขาเลยนั่น
ไม่เอาและ ไม่เอากางเกงแล้วก็ได้
หาต่อ หาเสื้อก็ได้ 5 เหรียญคงได้ถุง ปรากฎว่า ไม่ไหว แต่ละตัวซื้อมาคงไม่ได้ใส่
เดินออกดีกว่า ไม่เอาก็ได้ ถุงผ้าเนี่ย
เดินออกมาก็ห้าโมงแล้ว ไปรอรถ Yellow CAT ที่หน้า Perth Station
รอสักพัก คนเพียบบบบบบบบ คือพวกแฟนบอลนั่นแหละ คงเพิ่งเลิก
คราวนี้พอรถมา คนเต็มรถ แต่ยังโชคดีที่ได้นั่งอ่ะ
ลงรถแถว Victoria Garden ใกล้แม่น้ำนั่นแหละ
หนาวก็หนาว แต่ยังไม่อยากกลับบ้านไง ยังไม่มืด ห้าโมงนิด ๆ เอง
เลยนั่งเล่นตรงริมน้ำ ถ่ายรูปไป ดูวิวไป
ห้าโมงสี่สิบห้า ก็เดินกลับบ้าน
คราวนี้กลับมาแล้วได้กลิ่นแก๊ส โอ้ววววววววววว ลืมปิด heater ก่อนออกจากบ้าน
ดีนะนี่ที่ยังไม่มีใครกลับบ้าน ไม่งั้นโดนดุแน่
เก็บกระเป๋าแล้วก็ขึ้นไปดูทีวี หิ้วคอมขึ้นมาด้วย
กะกว่าเดี๋ยว Jessica กลับมาจะบอกเค้าว่าจะเล่นเน็ต
นั่งดูทีวีไป ปวดหัว ไข้ขึ้น ไม่ไหวแล้ว กินยาแล้วก็นอนอ่ะ
ตอนแรกกินแค่พารา คงไม่พอ เพราะคิดว่าปวดอย่างนี้ ต้องโรคกระเพาะแน่
เลยกิน air-x ไปอีกเม็ด แล้วพยายามนอน
รู้สึกตัวอีกที ก็เที่ยงคืนอ่ะ หิวก็หิว หายปวดหัวแล้ว
ก็เลยตื่นมาเล่นเน็ต กินมาม่า
แต่มาม่าที่นี่อ่ะ Maggi เส้นไม่อร่อยเลย ไม่เหมือนบ้านเรา
กินไปเล่นคอมไป รู้ตัวอีกทีตีสามคะ
นอนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ห่างหายไปหลายวัน ไม่มีไรน่าตื่นเต้นเท่าไหร่อ่ะ
มีแต่เรื่องน่าปวดหัว เพราะจ๊อบที่ทำอยู่ ไม่ได้ตรวจแล้วออกงบเอง
แต่ทำงานให้ Sydney office เพื่อเค้าเอาไปรวมทำงบของบริษัทแม่อ่ะ
เพิ่งตรวจปีแรก ประกอบกับเพิ่ง take over กัน เลยยุ่งไปกันใหญ่
ออฟฟิศเค้าเหมือนโกดังอ่ะ แต่ว่าเดินเข้าไปน้ำมันเครื่องหึ่งเลย
ลูกค้าน่ารักดี เป็นมิตรสุด ๆ แบบว่าไม่ถือตัว (แต่ไม่ใช่บัญชีนะ)
เวลากินข้าว ก็นึกบรรยากาศประมาณว่านั่งในห้องพักช่างเครื่องอ่ะ
ชามช้อน เก้าอี้ โต๊ะ ก็ดูไม่สะอาดเท่าไหร่
อยู่ที่นี่เลยไม่ได้กินน้ำอ่ะ เป็นแก้วแล้ว.......ไม่เอาดีกว่า
Welshpool เนี่ย ตอนแรกนึกว่าไม่ไกลจากบ้าน เพราะเห็นไปทาง east
แต่ที่ไหนได้ อย่างวันนี้เข้าออฟฟิศไปเอา taxi voucher แล้วค่อยไปจ๊อบ
โดนค่าแท๊กซี่ไป 27.7 เหรียญ นั่งแค่ประมาณครึ่งชั่วโมงนะ
ระยะทางคงประมาณสาธรไปบางนาอ่ะ แต่บรรยากาศเหมือนออกอยุธยาเลย
ตอนแรกไม่เบิก taxi voucher ไปเพราะว่านึกว่าจะไปรถไฟ
แต่ดูทางแล้ว หารถไฟยังไม่เจอเลยอ่ะ คงต้องไปกลับแท๊กซี่ทุกวัน
ก็นะ เลยต้องไปเบิก taxi voucher ให้พอทั้งอาทิตย์ ไม่งั้นมีหวังได้เดินกลับบ้าน
จ๊อบนี้ทำไรก็ดูเหมือนติดขัดไปหมด
เครียดคะ ไม่มีนาย คนที่จะดูไฟล์คือ manager ที่ Sydney
คราวนี้มีปัญหาเลยไม่รู้จะถามใคร ต้องโทรหาเค้าอย่างเดียวเลย
แล้วก็เนื่องจากการตรวจครั้งแรก บัญชีก็เพิ่งมาได้สองอาทิตย์
ขอไรก็ดูช้าไปหมด ไม่รู้เรื่องเท่าไหร่ โอ้ว................
วันนี้ก็ต้องกลับไปออฟฟิศไปเคลียร์งานของอาทิตย์ก่อน
คือ partner review แล้วอ่ะ แล้วมีประเด็นต้องเคลียร์
กลับถึงออฟฟิศก็หกโมงแล้ว ตามเคยแหละ หายกันหมด
นั่งทำอยู่ถึง 3 ทุ่ม เริ่มรู้สึกว่าดึก เหลืออีกคนอยู่เหมือนกัน
คราวนี้เลยคิดว่าจะผูกมิตร ก็จะกลับเลยหันไปถามเค้าว่า จะกลับยัง เหลือกันแค่สองคน
เค้าก็เสร็จพอดีอ่ะ เลยเดินไปหาแท๊กซี่พร้อมกัน
ตอนขึ้นรถ ก็บอกเค้า เค้าว่ารู้ทางใช่ไหม
เออ ตอนคำถามไม่ได้ฟัง แต่ก็ตอบใช่ กลัวเค้าเอาไปทิ้งอ่ะ
แท๊กซี่ที่นี่ปกติถ้าไม่รู้จักชื่อถนน เค้าจะมีหนังสือติดรถ
แต่เจ้านี้ไม่รู้ว่าไม่มี หรือว่าไม่อยากเปิด เลยถามเรา
เค้าถามว่าคุ้นไหม โอ้ว........กลางคืนพี่ มองไรก็ไม่เห็น บอกอย่างเดียวว่าไม่คุ้น
พอเค้าว่าเนี่ย ด้านหลังนี่ก็ claisebrook station แล้ว
ก็โอ้ว นึกออกเลย เจอวงเวียนพอดี
เลยบอกทางเค้ากลับบ้านถูก
คราวนี้กลับถึงบ้านก็สามทุ่มกว่าแล้ว
หิวนะ เพราะเมื่อเย็น กินช๊อคโกแลตไปชิ้นนึง
กลับบ้านมีข้าวที่วันก่อนหุงแล้วยังกินไม่หมด
คิดไรไม่ออก เลยหยิบกะทะ แครอท แล้วก็ไข่ มาผัด
ได้ข้าวผัดไข่มาจานนึง กับกล่องนึง
กะว่ากล่องนึงเนี่ย คงเป็นอาหารกลางวันพรุ่งนี้
กินไปก็ไม่อิ่มหรอก แต่พอและ อ้วนเกิน
ปะกี้ก่อนออนเอ็ม เขียนได ก็เช็คราคาค่าตั๋วเครื่องบินให้ Risa
คือเค้ามีแผนว่าจะไป Brisbane หรือไม่ก็ Melbourne เดือนกันยายนหน่ะ
เราก็อยากไป Jetstar นี่แหละ ถูกดี แต่ไม่รู้ว่าจะต่อ Visa ได้ป่าวอ่ะ เห้อ.......................
วันนี้ไป Subiaco มาเห็นเค้าว่ามันเป็นตลาดที่เปิดแค่ศุกร์ถึงอาทิตย์
ออกจากบ้านก็เที่ยงอ่ะ ไปกับ Risa ก็นัดกันตั้งแต่อาทิตย์ก่อนแล้วแหละ
ไปถึงสถานีรถไฟ Perth ก็งง ๆ เพราะ Risa เดินช้า
คือว่าเค้าเห็น agent กับกลุ่มคนญี่ปุ่นหน่ะ
เค้าบอกว่า ไปขบวนต่อไปได้ไหม เค้าไม่อยากเจอ
เราก็ว่า ไม่เป็นไร เพราะรถไฟที่ไป คือสาย Frementle เนี่ย มันออกทุก 15 นาที
แต่ระหว่างรอ ไม่อยากยืนเฉย ๆ อ่ะ เลยบอกเค้าว่าจะออกไปเดินเล่นกันก่อนไหม
ถ้าลงออกไปสถานีนี้ก็ไม่เสียตังไง เราเลยออกไปเดินเล่นแถว ๆ นั้น
คือมันมีร้านหนังสือกับเสื้อผ้าตรงสถานีพอดีอ่ะ
แต่มันไม่มากมายหรอก เดินพอหายเหงาได้สิบนาที
เดินกลับมาสักพัก รถไฟขบวนนั้นก็ออกไป
คราวนี้เลยลงไปนั่งรอที่ชานชลา สักพักก็เห็นคนกลุ่มใหญ่
ใส่เสื้อสีม่วงอ่ะ ม่วงเข้ม คงจะใส่ไปเชียร์บอลอ่ะ
เห็น Risa บอกว่ามันเป็นออสเตรเลียฟุตบอล (คงคล้าย ๆ อเมริกันฟุตบอลนั่นแหละ)
เสื้อม่วงนี้ก็เป็นทีม Frementle อ่ะ พอดีวันนี้มีแข่งบอลที่ West Leedervile
(เสื้อม่วงแล้วนึกถึงจอซอ่ะ สีนี้มันสีเสื้อรุ่นแรกนี่นา)
รถไฟมาตอนเที่ยงครึ่ง รถไฟเต็มเพราะแฟนบอลนั่นแหละ
แต่ก็มีบ้างนะที่เค้าลง Subiaco คงยังไม่ถึงเวลาบอลมั้ง
พอลงรถไฟ ก็ขึ้นบันไดเลื่อนขึ้นมาตรงถนน
สถานีที่นี่สวยดีอ่ะ มันไม่ใช่รถไฟใต้ดินซะทีเดียว แต่สถานีนี้มันอยู่ใต้ดิน
พอขึ้นมาก็เดินไปตามทางถนนไป
คงเป็นถนนใหญ่อ่ะ มีร้านเสื้อ รองเท้ามั่ง
แต่ไม่เยอะนะ ถนนมันเล็กอ่ะ มีแค่สองเลนเอง แต่สวยใช้ได้เลย
เดินไปสักพักก็เจอบาร์ที่อาทิตย์ก่อน Diana พามา
ก็เลยเดินผ่าน เห็นร้านขายของชำญี่ปุ่นก็เข้าไปดู
โอ้ว มียำสาหร่ายด้วย 200 กรัม 4 เหรียญนิด ๆ
อยากกิน อยากซื้อ แต่กว่าจะกลับบ้าน กลัวเลอะกระเป๋าอีก เลยถอยดีกว่า
ใกล้ ๆ กันมี supermarket คงเป็นของท้องถิ่นแหละ
เราก็ปรี่เข้าไป เพราะมันใหญ่กว่าทุกที่ที่เราเคยไปอ่ะ
แล้วก็เข้าไปหาซีอิ๊วดำ เพราะจะทำผัดซีอิ๊วไง
ปัญหาคือ ไม่รู้ว่าอันไหน เพราะไม่รู้ภาษาอังกฤษว่ามันเรียกว่าไร
อีกอย่าง พอดูแล้ว มันไม่เห็นมีอันไหน เหนียว ๆ เลย คงมีแต่ soy sauce ที่เรากินที่บ้านนั่นแหละ
คราวนี้เดินต่อไป ดูเครื่องแกง
เออ ดีนะ ที่นี่ยังพอมีของไทยบ้าง แต่ยี่ห้อไรไม่รู้ ไม่เคยเห็นที่ไทย
ก้มลงไปดู มันมีแค่ ต้มยำ แกงเขียวหวาน มัสมั่น น้ำจิ้มสุกี้
อย่างอื่นหาไม่เจออ่ะ เลยหยิบมัสมั่นมา เพราะว่าอย่างอื่นเผ็ด Jessica กินไม่ได้
ก่อนออกจาก supermarket หิวอ่ะ ถ้ากินข้าว Risa ต้องกินด้วย
เลยหยิบ Mars ไปแท่งนึง แล้วก็กินไปเดินไปนั่นแหละ
เดินต่อไปเริ่มไม่ค่อยมีร้านแล้ว เลยคิดว่าจะเดินกลับอีกถนนนึง
แต่เดินไป เริ่มน่ากลัว มีพวกนั่งรถแล้วเปิดกระจกแซว
มีผู้ชายเดินตามติดหลังอีก เลยไม่เอาดีกว่า
กลับทางเดิมดีแล้ว คาดว่าทางนั้นคงเป็นถนนหลักอ่ะ
เดินกลับไปก็หาทางไปตลาดที่เค้าว่ากัน จริง ๆ แล้วมันอยู่ข้างสถานีเลย
เดินเข้าไปเหมือนจะใหญ่ แต่ของที่ขายไม่มีไรเลยจริง ๆ เระระมาก
จะเห็นเป็นเรื่องเป็นราวหน่อยตรงที่มีตลาดสดอยู่สามสี่ร้าน
ก็มีผัก ผลไม้ ข้าวสารอาหารแห้ง (อ้อ มีซอสพริกศรีราชาขายด้วยนะ)
แต่ไม่ยักจะเจอ เส้นใหญ่เลย สงสัยที่นี่ไม่กินกัน
เดินออกมาแบบ งง ๆ ว่ามีแค่นี้เหรอ เดินไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็หมดแล้ว
Risa เค้าก็บอกว่าขอไปห้องน้ำ เลยให้เราเดินรอที่ Woolworth ข้างสถานี
ก็อย่างเคย เดินหาเครื่องแกง เส้นใหญ่
ไม่มีจริง ๆ อ่ะ มีแต่เส้นเล็ก เอาไว้ทำผัดไท
แล้วก็มีที่เป็นชุดสำเร็จรูปสำหรับทำผัดไท อีกอย่างที่เห็นคือ มีน้ำมะขามเปียกขายด้วย อิอิ
เดินสักพัก Risa เดินกลับมา เราก็เดินหาอาหารกลางวันสำหรับอาทิตย์หน้า
เจอะ Aussie burger คือมันเป็นเสื้อสับอ่ะ มีอีกอย่างที่น่าสนคือเนื้อแกะ
แต่มันชิ้นเล็กแล้วหนา คงเอาไว้กินกับขนมปังลำบาก
เลยเลือกเนื้ออ่ะ ต้องกินเนื้ออีกแล้ว ที่นี่หาหมูไม่ได้เลยอ่ะ
ซื้อเสร็จออกมา บ่ายสามนิด ๆ เราก็ถาม Risa ว่าจะเดินต่อไหม
เค้าว่าไม่และ เค้าจะกลับเข้าเมือง ไปหาเพื่อน เพราะวันนี้เค้านัดดูบอลกับเพื่อนที่บ้านเพื่อน
เราก็เลยแยกกันตรงนั้น แล้วเราก็เดินเล่นต่อ
จำได้ว่าที่เดินผ่านมาตอนแรก ใกล้ ๆ กับ supermarket แรกอ่ะ
มีร้านอาหารไทยอยู่ชั้นสอง ชื่อ Amarin กะว่าจะไปดูสักหน่อย
เดินไปก็เจอ Coles เป็น supermarket อีกแห่ง
แต่ไม่ได้ไรกลับมานะ เพราะบางอย่างแพงกว่า woolworth อีก
แล้วก็เริ่มหลงและ หาทางสักพักถึงจะเจอถนนใหญ่
แล้วก็เดินหา Amarin ปรากฎว่า มันปิดคะ วันนี้ขายแค่ตอนเย็น
แล้วที่เห็นเนี่ย มันเป็นของคนเวียดนาม เพราะมีชื่ออยู่หน้าร้าน
เห็นแล้วก็โห เดินมาทำไมเนี่ย............
เดินกลับคะ คราวนี้เริ่มรู้สึกหนาวแล้วก็หิว
มึนเหมือนเป็นโรคกระเพาะ แต่จะกลับบ้านก็กระไร นี่เพิ่งสี่โมงเอง
กลับเข้าเมือง เลยนั่ง blue CAT จาก Perth station ผ่าน china town มั้ง
วนมาตรง Forrest Place อ่ะ สิบนาทีเอง
ลงรถแล้วเริ่มหิว ปวดหัว หนาว เลยเดินเข้าไปกิน ชีสเบอร์เกอร์ Hungry Jack
กินไปอันนึง ยังหนาว เริ่มมึน แต่ยังเดินเข้าร้าน Supre'
คือว่าเห็นถุงร้านนี้คงถือเยอะอ่ะ เหมือนถุงผ้านั่นแหละ
สีชมพูสวยดี กะซื้อเป็นของฝากน้อง ๆ เพราะนึกว่ามีขาย
เข้าร้านไป เห็นเสื้อผ้าลดราคา แล้วก็สอดส่ายสายตาดูว่าถุงขายอยู่ตรงไหน
ปรากฎว่า ไม่ขายคะ ซื้อของแล้วถึงให้
แล้ววันนี้เป็นถุงสีม่วงอ่ะ อยากได้ เลยเดินหาของที่จะซื้อ
ไปเจอกางเกง ตัวละ 20 ไปลองไซส์ M
เข้าห้องลองคะ ใส่ได้นะ แต่หลุดหมด ถึงลงมาได้ถึงขาเลยนั่น
ไม่เอาและ ไม่เอากางเกงแล้วก็ได้
หาต่อ หาเสื้อก็ได้ 5 เหรียญคงได้ถุง ปรากฎว่า ไม่ไหว แต่ละตัวซื้อมาคงไม่ได้ใส่
เดินออกดีกว่า ไม่เอาก็ได้ ถุงผ้าเนี่ย
เดินออกมาก็ห้าโมงแล้ว ไปรอรถ Yellow CAT ที่หน้า Perth Station
รอสักพัก คนเพียบบบบบบบบ คือพวกแฟนบอลนั่นแหละ คงเพิ่งเลิก
คราวนี้พอรถมา คนเต็มรถ แต่ยังโชคดีที่ได้นั่งอ่ะ
ลงรถแถว Victoria Garden ใกล้แม่น้ำนั่นแหละ
หนาวก็หนาว แต่ยังไม่อยากกลับบ้านไง ยังไม่มืด ห้าโมงนิด ๆ เอง
เลยนั่งเล่นตรงริมน้ำ ถ่ายรูปไป ดูวิวไป
ห้าโมงสี่สิบห้า ก็เดินกลับบ้าน
คราวนี้กลับมาแล้วได้กลิ่นแก๊ส โอ้ววววววววววว ลืมปิด heater ก่อนออกจากบ้าน
ดีนะนี่ที่ยังไม่มีใครกลับบ้าน ไม่งั้นโดนดุแน่
เก็บกระเป๋าแล้วก็ขึ้นไปดูทีวี หิ้วคอมขึ้นมาด้วย
กะกว่าเดี๋ยว Jessica กลับมาจะบอกเค้าว่าจะเล่นเน็ต
นั่งดูทีวีไป ปวดหัว ไข้ขึ้น ไม่ไหวแล้ว กินยาแล้วก็นอนอ่ะ
ตอนแรกกินแค่พารา คงไม่พอ เพราะคิดว่าปวดอย่างนี้ ต้องโรคกระเพาะแน่
เลยกิน air-x ไปอีกเม็ด แล้วพยายามนอน
รู้สึกตัวอีกที ก็เที่ยงคืนอ่ะ หิวก็หิว หายปวดหัวแล้ว
ก็เลยตื่นมาเล่นเน็ต กินมาม่า
แต่มาม่าที่นี่อ่ะ Maggi เส้นไม่อร่อยเลย ไม่เหมือนบ้านเรา
กินไปเล่นคอมไป รู้ตัวอีกทีตีสามคะ
นอนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
วันนี้ตื่นมาแบบเจ็บขาอ่ะ
เป็นตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว สงสัยว่าถือของหนักไป
เลยเจ็บตรงข้อเข่า แบบว่า งอ ๆ ยืด ๆ ก็เจ็บอ่ะ
แถมเจ็บหน้าผาก เพราะสิวเม็ดใหญ่อ่ะ
สมน้ำหน้าตัวเองเหมือนกัน คงเป็นเพราะเล่นกินช๊อคโกแลตทุกวันอ่ะ
ก็ซื้อ time out ห่อใหญ่มาตั้งนานแล้วแหละ มันเป็นห่อเล็กหลาย ๆ อัน เลยกินวันละอัน
ผลคือ สิวคะ เจ็บระบม
วันนี้ตื่นสายมาก อยากนอน ช่วงนี้ฝนตกทุกวัน ร่มก็หนักไม่พกก็ไม่ได้
ตื่นสายแต่รีบอาบน้ำ ขึ้นมากินอาหารเช้า ก็เป็นขนมปังแบบโฮลวีทนั่นแหละ
วันนี้เหลือไม่เยอะ เลยกินตอนเช้าไปแผ่น
แล้วก็เอาไปออฟฟิศสองแผ่น กับแผ่นข้าวโพดผักที่มันไม่อร่อยนั่นแหละ กินให้หมด ๆ ไป
แล้วก็รีบเผ่นออกจากบ้านนั่นแหละ กว่าจะเดินไปถึงป้ายรถ ก็พลาดไปแค่ห้านาที
เลยต้องรอคันใหม่มา กว่าจะมาอีก ก็สิบนาทีแล้ว
ปกติอ่ะ สิบนาที ไม่นานนะ แต่นี่มันหนาว ลมก็พัด อากาศหนาวก็แย่แล้ว มีลมพัดอีก ตายไปเลย
ไปถึงออฟฟิศก่อนเวลา วันนี้ไม่ทำไรมาก
รีบเคลียร์ไฟล์ เพราะ Chris เค้าว่าเอาไฟล์ให้เค้าได้ไหม เค้าจะไปเอาดูเสาร์อาทิตย์
เราก็ตกใจดิ ตา Vinay ยังไม่ได้ดูเลย เค้าว่ามันรีบให้ Chris ดูเลย
ตายแล้วเรา คราวนี้ก็รีบเคลียร์ ตาม Kylie ให้ print ออกมาให้หมด
ทำไป ก็ต้องนั่ง key timesheet ไป ไม่งั้นกว่าจะตบลง ตายแน่
ตอนบ่าย ๆ ระหว่างรอ Kylie เลยเตรียมดูงบของจ๊อบที่จะไปอาทิตย์หน้า
ดูแล้วก็มีคำถามเลยเดินไปถาม Conley อ่ะ
ก็ตามเคยแหละ ฟังไม่ค่อยออก แต่คราวนี้บอกเลยให้เค้าพูดใหม่
มันไม่ได้ช้าลงหรอก แต่พอฟังสองครั้งก็จับความได้
คือจ๊อบที่จะไปอาทิตย์หน้าเนี่ย manager ที่นี่ไม่ต้องดู
เพราะเป็นการทำ working paper ส่งไปให้ PKF Sydney ดู
คราวนี้เลยไม่มีใครรู้เรื่องจ๊อบนี้มากนัก
Conley ว่าถ้ามีปัญหาไรให้โทรไปถามคนนี้เลย
โอ้วม่ายยยยย อีเมล์ยังพอไหว แต่โทรเนี่ย ไม่ไหวมั้งคะ
เลยอีเมล์ไปอ่ะ รอเค้าตอบกลับว่าจะให้ทำยังไง
ปัญหาคือ บริษัทนี้เค้าถูก take over
รายได้ค่าใช้จ่ายที่บันทึกอยู่ เลยเป็นของเจ็ดเดือน (คงเป็นตั้งแต่วันที่เค้าตกลงซื้อขายกัน)
คราวนี้เค้าปรับของเก่าเข้า retained earning เลย
งงอ่ะ เพราะว่าของเราไม่เคยเจอ
แต่ลืมไปว่าเค้าตรวจเพราะจะเอาไป conso
คือที่นี่อีกอย่าง มันไม่จำเป็นต้อง audit ทุกบริษัทอ่ะ
บางบริษัททำงบแค่ยื่นภาษีไม่ต้อง audit แล้วจ๊อบนี้ก็คงเป็นอย่างงั้น
(จ๊อบที่ไปอาทิตย์ก่อนก็เหมือนกัน audit ไม่เคยตรวจเลย มีแต่ tax accountants ทำงบส่งให้สรรพากร)
พอ ๆ เดี๋ยวคนไม่รู้เรื่องออดิท มาอ่านแล้วงง อิอิ
วันนี้ก็กลับไม่ดึกอ่ะ ห้าโมงครึ่งก็กลับและ
อย่างว่าแหละ วันนี้วันเย็นวันศุกร์ ใคร ๆ ก็มีนัด
เราเลยเดินเล่นตามร้านอ่ะ เพราะวันปกติไม่มีโอกาสเลย มันปิดห้าโมง ห้าโมงครึ่ง
แต่วันนี้วันศุกร์ ที่นี่เป็นทุ่ม หรือสามทุ่มไม่รู้ จำไม่ได้
ระหว่างทางผ่านร้านเสื้อ เลยเข้าไปดูกางเกงทำงาน
คืออยากได้อีกตัวอ่ะ ลองไปสองตัว เพิ่งรู้ว่ากางเกงร้านนี้มีสองแบบ
แบบนึง regular length อีกแบบเป็น short length
เค้าก็เลยยื่น short length ให้เรา อิอิ
คือขามันสั้นกว่าหน่ะ แต่แบบมันเหมือนกันเลย
ปัญหาคือ แบบที่มันเป็น short length มันไม่ลดอ่ะ เกือบสี่สิบเหรียญ
ส่วนอีกแบบ 34.95 ต่างกันห้าเหรียญ เราเลยเลือกตัวที่มันลด อิอิ
เพราะมันมีเข็มขัดเส้นเล็ก ๆ ด้วยไง ขายาวกว่าหน่อย ก็เดี๋ยวมาตัดมาเย็บเอง
ยังไงก็ต้องทำของตัวที่ซื้อวันก่อนอยู่แล้ว
ได้กางเกงมาก็รีบกลับอ่ะ แต่แอบมีเข้าร้านอื่น
สวยนะ ผ้าดี แต่ made in china อีกแล้วอ่ะ
เสื้อผ้าที่นี่มีแต่ made in China ทั้งนั้น เลยไม่ค่อยอยากซื้อ
กางเกงสวย ตัวละพันห้า ไม่เท่าไหร่ แต่ made in china เนี่ย เลยไม่ค่อยจูงใจที่จะซื้อ
ขากลับฝนตก แต่เราเดินในเลาะ Myerไปถึงสถานีรถไฟ เลยไม่เปียกอ่ะ
ขึ้นรถไฟ platform 4 อ่ะ จะได้ไม่ต้องวิ่ง เพราะอีกสาย Armandale มันจะออกพอดี
ขึ้นไปก็เอะใจว่า ไมผู้หญิงคนนี้ไม่ไปนั่ง
พอเราหันไปจะนั่ง มีคนเรียก โอ้ว Risa นั่นเอง
เค้าเพิ่งกลับจากไป ดู share house มา เค้าว่ามันอยู่แถว ๆ สถานี east Perth นั่นแหละ
ก็ไม่ไกลจากบ้านเดิมนัก แต่เค้ายังตัดสินใจอยู่
เลยมีเพื่อนกลับบ้าน แต่ก็เดินกางร่มกันคนละคันนะ หลังจากลงรถไฟ เพราะว่าฝนตก
กลับบ้านกะว่าวันนี้จะขอ Jessica ต่อเน็ต แต่จนป่านนี้ สี่ทุ่มกว่าแล้ว ยังไม่กลับเลย
ไม่รู้ว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เพราะ Diana ก็โทรกลับมาที่บ้าน ถามว่าลูกเค้ากลับยัง
อ้อ ๆๆๆๆๆ วันนี้มีเรื่องเล่า
ทุ่มกว่าแล้ว Jessica ยังไม่กลับ Risa คงหิว เลยแกะอาหารแช่แข็งกิน
คราวนี้เราไม่อยากกินอ่ะ อยากกินข้าว แต่ไม่อยากหุงโดยเวฟ
เลยเอาก๋วยเตี๋ยวแล้วกัน แต่ไม่อยากกินมาม่า
เลยเอาเส้นก๋วยเตี๋ยว มันก็เหมือนเส้นมาม่านั่นแหละ
เค้าซื้อไว้ห่อใหญ่ ห่อนึงมันก็มีประมาณสิบก้อนได้อ่ะ
ตอนแรกจะทำกินคนเดียว Risa เห็นเลยบอกว่าทำเผื่อด้วย
โอ้ว จะกินได้ไหมเนี่ย ลุ้นระทึก
ทำไปก็คิดว่าจะใส่ไรมั่ง เนื้อสับ ผักก็เห็นจะมีแค่บล๊อคโคลี่กับแครอท
แล้วก็เตรียมเครื่องปรุง soy sauce น้ำปลา น้ำตาล
ไม่กล้าปรุงเยอะอ่ะ ถ้าจืดไปยังเติมได้ ก็ใส่อย่างละนิดอย่างละหน่อย พอมีสีสัน
ก็จืดไปสำหรับเราแหละ เลยตักใส่จานแล้วใส่น้ำปลากับพริกป่น
โอ้ววววว อร่อยอ่ะ ไม่รู้ว่าเพราะหิวด้วยหรือเปล่า
กินจานตัวเองเสร็จ กรรม ลืมถ่ายรูป เลยไปหยิบกล้องมา ถ่ายที่อยู่ในกะทะนั่นแหละ อิอิ
เหลือไว้ไม่เยอะ เผื่อ Jessica กลับมากินไง
Risa เค้าว่าเค้าชอบ แต่ก็อย่างว่าอ่ะ เราว่ารสมันคงหวานไปสำหรับเค้า เค้าก็เติม soy sauce อีกหน่อย
มันคงพอกินได้ ไม่ถือกับอร่อยมากนัก ถ้ามีอย่างอื่นกิน คงไม่ทำเองหรอก อิอิ
ไว้เอารูปไปโชว์เน้อออออออออ
ห่างหายไปหลายวัน ไม่มีไรน่าตื่นเต้นเท่าไหร่อ่ะ
มีแต่เรื่องน่าปวดหัว เพราะจ๊อบที่ทำอยู่ ไม่ได้ตรวจแล้วออกงบเอง
แต่ทำงานให้ Sydney office เพื่อเค้าเอาไปรวมทำงบของบริษัทแม่อ่ะ
เพิ่งตรวจปีแรก ประกอบกับเพิ่ง take over กัน เลยยุ่งไปกันใหญ่
ออฟฟิศเค้าเหมือนโกดังอ่ะ แต่ว่าเดินเข้าไปน้ำมันเครื่องหึ่งเลย
ลูกค้าน่ารักดี เป็นมิตรสุด ๆ แบบว่าไม่ถือตัว (แต่ไม่ใช่บัญชีนะ)
เวลากินข้าว ก็นึกบรรยากาศประมาณว่านั่งในห้องพักช่างเครื่องอ่ะ
ชามช้อน เก้าอี้ โต๊ะ ก็ดูไม่สะอาดเท่าไหร่
อยู่ที่นี่เลยไม่ได้กินน้ำอ่ะ เป็นแก้วแล้ว.......ไม่เอาดีกว่า
Welshpool เนี่ย ตอนแรกนึกว่าไม่ไกลจากบ้าน เพราะเห็นไปทาง east
แต่ที่ไหนได้ อย่างวันนี้เข้าออฟฟิศไปเอา taxi voucher แล้วค่อยไปจ๊อบ
โดนค่าแท๊กซี่ไป 27.7 เหรียญ นั่งแค่ประมาณครึ่งชั่วโมงนะ
ระยะทางคงประมาณสาธรไปบางนาอ่ะ แต่บรรยากาศเหมือนออกอยุธยาเลย
ตอนแรกไม่เบิก taxi voucher ไปเพราะว่านึกว่าจะไปรถไฟ
แต่ดูทางแล้ว หารถไฟยังไม่เจอเลยอ่ะ คงต้องไปกลับแท๊กซี่ทุกวัน
ก็นะ เลยต้องไปเบิก taxi voucher ให้พอทั้งอาทิตย์ ไม่งั้นมีหวังได้เดินกลับบ้าน
จ๊อบนี้ทำไรก็ดูเหมือนติดขัดไปหมด
เครียดคะ ไม่มีนาย คนที่จะดูไฟล์คือ manager ที่ Sydney
คราวนี้มีปัญหาเลยไม่รู้จะถามใคร ต้องโทรหาเค้าอย่างเดียวเลย
แล้วก็เนื่องจากการตรวจครั้งแรก บัญชีก็เพิ่งมาได้สองอาทิตย์
ขอไรก็ดูช้าไปหมด ไม่รู้เรื่องเท่าไหร่ โอ้ว................
วันนี้ก็ต้องกลับไปออฟฟิศไปเคลียร์งานของอาทิตย์ก่อน
คือ partner review แล้วอ่ะ แล้วมีประเด็นต้องเคลียร์
กลับถึงออฟฟิศก็หกโมงแล้ว ตามเคยแหละ หายกันหมด
นั่งทำอยู่ถึง 3 ทุ่ม เริ่มรู้สึกว่าดึก เหลืออีกคนอยู่เหมือนกัน
คราวนี้เลยคิดว่าจะผูกมิตร ก็จะกลับเลยหันไปถามเค้าว่า จะกลับยัง เหลือกันแค่สองคน
เค้าก็เสร็จพอดีอ่ะ เลยเดินไปหาแท๊กซี่พร้อมกัน
ตอนขึ้นรถ ก็บอกเค้า เค้าว่ารู้ทางใช่ไหม
เออ ตอนคำถามไม่ได้ฟัง แต่ก็ตอบใช่ กลัวเค้าเอาไปทิ้งอ่ะ
แท๊กซี่ที่นี่ปกติถ้าไม่รู้จักชื่อถนน เค้าจะมีหนังสือติดรถ
แต่เจ้านี้ไม่รู้ว่าไม่มี หรือว่าไม่อยากเปิด เลยถามเรา
เค้าถามว่าคุ้นไหม โอ้ว........กลางคืนพี่ มองไรก็ไม่เห็น บอกอย่างเดียวว่าไม่คุ้น
พอเค้าว่าเนี่ย ด้านหลังนี่ก็ claisebrook station แล้ว
ก็โอ้ว นึกออกเลย เจอวงเวียนพอดี
เลยบอกทางเค้ากลับบ้านถูก
คราวนี้กลับถึงบ้านก็สามทุ่มกว่าแล้ว
หิวนะ เพราะเมื่อเย็น กินช๊อคโกแลตไปชิ้นนึง
กลับบ้านมีข้าวที่วันก่อนหุงแล้วยังกินไม่หมด
คิดไรไม่ออก เลยหยิบกะทะ แครอท แล้วก็ไข่ มาผัด
ได้ข้าวผัดไข่มาจานนึง กับกล่องนึง
กะว่ากล่องนึงเนี่ย คงเป็นอาหารกลางวันพรุ่งนี้
กินไปก็ไม่อิ่มหรอก แต่พอและ อ้วนเกิน
ปะกี้ก่อนออนเอ็ม เขียนได ก็เช็คราคาค่าตั๋วเครื่องบินให้ Risa
คือเค้ามีแผนว่าจะไป Brisbane หรือไม่ก็ Melbourne เดือนกันยายนหน่ะ
เราก็อยากไป Jetstar นี่แหละ ถูกดี แต่ไม่รู้ว่าจะต่อ Visa ได้ป่าวอ่ะ เห้อ.......................
วันนี้ไป Subiaco มาเห็นเค้าว่ามันเป็นตลาดที่เปิดแค่ศุกร์ถึงอาทิตย์
ออกจากบ้านก็เที่ยงอ่ะ ไปกับ Risa ก็นัดกันตั้งแต่อาทิตย์ก่อนแล้วแหละ
ไปถึงสถานีรถไฟ Perth ก็งง ๆ เพราะ Risa เดินช้า
คือว่าเค้าเห็น agent กับกลุ่มคนญี่ปุ่นหน่ะ
เค้าบอกว่า ไปขบวนต่อไปได้ไหม เค้าไม่อยากเจอ
เราก็ว่า ไม่เป็นไร เพราะรถไฟที่ไป คือสาย Frementle เนี่ย มันออกทุก 15 นาที
แต่ระหว่างรอ ไม่อยากยืนเฉย ๆ อ่ะ เลยบอกเค้าว่าจะออกไปเดินเล่นกันก่อนไหม
ถ้าลงออกไปสถานีนี้ก็ไม่เสียตังไง เราเลยออกไปเดินเล่นแถว ๆ นั้น
คือมันมีร้านหนังสือกับเสื้อผ้าตรงสถานีพอดีอ่ะ
แต่มันไม่มากมายหรอก เดินพอหายเหงาได้สิบนาที
เดินกลับมาสักพัก รถไฟขบวนนั้นก็ออกไป
คราวนี้เลยลงไปนั่งรอที่ชานชลา สักพักก็เห็นคนกลุ่มใหญ่
ใส่เสื้อสีม่วงอ่ะ ม่วงเข้ม คงจะใส่ไปเชียร์บอลอ่ะ
เห็น Risa บอกว่ามันเป็นออสเตรเลียฟุตบอล (คงคล้าย ๆ อเมริกันฟุตบอลนั่นแหละ)
เสื้อม่วงนี้ก็เป็นทีม Frementle อ่ะ พอดีวันนี้มีแข่งบอลที่ West Leedervile
(เสื้อม่วงแล้วนึกถึงจอซอ่ะ สีนี้มันสีเสื้อรุ่นแรกนี่นา)
รถไฟมาตอนเที่ยงครึ่ง รถไฟเต็มเพราะแฟนบอลนั่นแหละ
แต่ก็มีบ้างนะที่เค้าลง Subiaco คงยังไม่ถึงเวลาบอลมั้ง
พอลงรถไฟ ก็ขึ้นบันไดเลื่อนขึ้นมาตรงถนน
สถานีที่นี่สวยดีอ่ะ มันไม่ใช่รถไฟใต้ดินซะทีเดียว แต่สถานีนี้มันอยู่ใต้ดิน
พอขึ้นมาก็เดินไปตามทางถนนไป
คงเป็นถนนใหญ่อ่ะ มีร้านเสื้อ รองเท้ามั่ง
แต่ไม่เยอะนะ ถนนมันเล็กอ่ะ มีแค่สองเลนเอง แต่สวยใช้ได้เลย
เดินไปสักพักก็เจอบาร์ที่อาทิตย์ก่อน Diana พามา
ก็เลยเดินผ่าน เห็นร้านขายของชำญี่ปุ่นก็เข้าไปดู
โอ้ว มียำสาหร่ายด้วย 200 กรัม 4 เหรียญนิด ๆ
อยากกิน อยากซื้อ แต่กว่าจะกลับบ้าน กลัวเลอะกระเป๋าอีก เลยถอยดีกว่า
ใกล้ ๆ กันมี supermarket คงเป็นของท้องถิ่นแหละ
เราก็ปรี่เข้าไป เพราะมันใหญ่กว่าทุกที่ที่เราเคยไปอ่ะ
แล้วก็เข้าไปหาซีอิ๊วดำ เพราะจะทำผัดซีอิ๊วไง
ปัญหาคือ ไม่รู้ว่าอันไหน เพราะไม่รู้ภาษาอังกฤษว่ามันเรียกว่าไร
อีกอย่าง พอดูแล้ว มันไม่เห็นมีอันไหน เหนียว ๆ เลย คงมีแต่ soy sauce ที่เรากินที่บ้านนั่นแหละ
คราวนี้เดินต่อไป ดูเครื่องแกง
เออ ดีนะ ที่นี่ยังพอมีของไทยบ้าง แต่ยี่ห้อไรไม่รู้ ไม่เคยเห็นที่ไทย
ก้มลงไปดู มันมีแค่ ต้มยำ แกงเขียวหวาน มัสมั่น น้ำจิ้มสุกี้
อย่างอื่นหาไม่เจออ่ะ เลยหยิบมัสมั่นมา เพราะว่าอย่างอื่นเผ็ด Jessica กินไม่ได้
ก่อนออกจาก supermarket หิวอ่ะ ถ้ากินข้าว Risa ต้องกินด้วย
เลยหยิบ Mars ไปแท่งนึง แล้วก็กินไปเดินไปนั่นแหละ
เดินต่อไปเริ่มไม่ค่อยมีร้านแล้ว เลยคิดว่าจะเดินกลับอีกถนนนึง
แต่เดินไป เริ่มน่ากลัว มีพวกนั่งรถแล้วเปิดกระจกแซว
มีผู้ชายเดินตามติดหลังอีก เลยไม่เอาดีกว่า
กลับทางเดิมดีแล้ว คาดว่าทางนั้นคงเป็นถนนหลักอ่ะ
เดินกลับไปก็หาทางไปตลาดที่เค้าว่ากัน จริง ๆ แล้วมันอยู่ข้างสถานีเลย
เดินเข้าไปเหมือนจะใหญ่ แต่ของที่ขายไม่มีไรเลยจริง ๆ เระระมาก
จะเห็นเป็นเรื่องเป็นราวหน่อยตรงที่มีตลาดสดอยู่สามสี่ร้าน
ก็มีผัก ผลไม้ ข้าวสารอาหารแห้ง (อ้อ มีซอสพริกศรีราชาขายด้วยนะ)
แต่ไม่ยักจะเจอ เส้นใหญ่เลย สงสัยที่นี่ไม่กินกัน
เดินออกมาแบบ งง ๆ ว่ามีแค่นี้เหรอ เดินไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็หมดแล้ว
Risa เค้าก็บอกว่าขอไปห้องน้ำ เลยให้เราเดินรอที่ Woolworth ข้างสถานี
ก็อย่างเคย เดินหาเครื่องแกง เส้นใหญ่
ไม่มีจริง ๆ อ่ะ มีแต่เส้นเล็ก เอาไว้ทำผัดไท
แล้วก็มีที่เป็นชุดสำเร็จรูปสำหรับทำผัดไท อีกอย่างที่เห็นคือ มีน้ำมะขามเปียกขายด้วย อิอิ
เดินสักพัก Risa เดินกลับมา เราก็เดินหาอาหารกลางวันสำหรับอาทิตย์หน้า
เจอะ Aussie burger คือมันเป็นเสื้อสับอ่ะ มีอีกอย่างที่น่าสนคือเนื้อแกะ
แต่มันชิ้นเล็กแล้วหนา คงเอาไว้กินกับขนมปังลำบาก
เลยเลือกเนื้ออ่ะ ต้องกินเนื้ออีกแล้ว ที่นี่หาหมูไม่ได้เลยอ่ะ
ซื้อเสร็จออกมา บ่ายสามนิด ๆ เราก็ถาม Risa ว่าจะเดินต่อไหม
เค้าว่าไม่และ เค้าจะกลับเข้าเมือง ไปหาเพื่อน เพราะวันนี้เค้านัดดูบอลกับเพื่อนที่บ้านเพื่อน
เราก็เลยแยกกันตรงนั้น แล้วเราก็เดินเล่นต่อ
จำได้ว่าที่เดินผ่านมาตอนแรก ใกล้ ๆ กับ supermarket แรกอ่ะ
มีร้านอาหารไทยอยู่ชั้นสอง ชื่อ Amarin กะว่าจะไปดูสักหน่อย
เดินไปก็เจอ Coles เป็น supermarket อีกแห่ง
แต่ไม่ได้ไรกลับมานะ เพราะบางอย่างแพงกว่า woolworth อีก
แล้วก็เริ่มหลงและ หาทางสักพักถึงจะเจอถนนใหญ่
แล้วก็เดินหา Amarin ปรากฎว่า มันปิดคะ วันนี้ขายแค่ตอนเย็น
แล้วที่เห็นเนี่ย มันเป็นของคนเวียดนาม เพราะมีชื่ออยู่หน้าร้าน
เห็นแล้วก็โห เดินมาทำไมเนี่ย............
เดินกลับคะ คราวนี้เริ่มรู้สึกหนาวแล้วก็หิว
มึนเหมือนเป็นโรคกระเพาะ แต่จะกลับบ้านก็กระไร นี่เพิ่งสี่โมงเอง
กลับเข้าเมือง เลยนั่ง blue CAT จาก Perth station ผ่าน china town มั้ง
วนมาตรง Forrest Place อ่ะ สิบนาทีเอง
ลงรถแล้วเริ่มหิว ปวดหัว หนาว เลยเดินเข้าไปกิน ชีสเบอร์เกอร์ Hungry Jack
กินไปอันนึง ยังหนาว เริ่มมึน แต่ยังเดินเข้าร้าน Supre'
คือว่าเห็นถุงร้านนี้คงถือเยอะอ่ะ เหมือนถุงผ้านั่นแหละ
สีชมพูสวยดี กะซื้อเป็นของฝากน้อง ๆ เพราะนึกว่ามีขาย
เข้าร้านไป เห็นเสื้อผ้าลดราคา แล้วก็สอดส่ายสายตาดูว่าถุงขายอยู่ตรงไหน
ปรากฎว่า ไม่ขายคะ ซื้อของแล้วถึงให้
แล้ววันนี้เป็นถุงสีม่วงอ่ะ อยากได้ เลยเดินหาของที่จะซื้อ
ไปเจอกางเกง ตัวละ 20 ไปลองไซส์ M
เข้าห้องลองคะ ใส่ได้นะ แต่หลุดหมด ถึงลงมาได้ถึงขาเลยนั่น
ไม่เอาและ ไม่เอากางเกงแล้วก็ได้
หาต่อ หาเสื้อก็ได้ 5 เหรียญคงได้ถุง ปรากฎว่า ไม่ไหว แต่ละตัวซื้อมาคงไม่ได้ใส่
เดินออกดีกว่า ไม่เอาก็ได้ ถุงผ้าเนี่ย
เดินออกมาก็ห้าโมงแล้ว ไปรอรถ Yellow CAT ที่หน้า Perth Station
รอสักพัก คนเพียบบบบบบบบ คือพวกแฟนบอลนั่นแหละ คงเพิ่งเลิก
คราวนี้พอรถมา คนเต็มรถ แต่ยังโชคดีที่ได้นั่งอ่ะ
ลงรถแถว Victoria Garden ใกล้แม่น้ำนั่นแหละ
หนาวก็หนาว แต่ยังไม่อยากกลับบ้านไง ยังไม่มืด ห้าโมงนิด ๆ เอง
เลยนั่งเล่นตรงริมน้ำ ถ่ายรูปไป ดูวิวไป
ห้าโมงสี่สิบห้า ก็เดินกลับบ้าน
คราวนี้กลับมาแล้วได้กลิ่นแก๊ส โอ้ววววววววววว ลืมปิด heater ก่อนออกจากบ้าน
ดีนะนี่ที่ยังไม่มีใครกลับบ้าน ไม่งั้นโดนดุแน่
เก็บกระเป๋าแล้วก็ขึ้นไปดูทีวี หิ้วคอมขึ้นมาด้วย
กะกว่าเดี๋ยว Jessica กลับมาจะบอกเค้าว่าจะเล่นเน็ต
นั่งดูทีวีไป ปวดหัว ไข้ขึ้น ไม่ไหวแล้ว กินยาแล้วก็นอนอ่ะ
ตอนแรกกินแค่พารา คงไม่พอ เพราะคิดว่าปวดอย่างนี้ ต้องโรคกระเพาะแน่
เลยกิน air-x ไปอีกเม็ด แล้วพยายามนอน
รู้สึกตัวอีกที ก็เที่ยงคืนอ่ะ หิวก็หิว หายปวดหัวแล้ว
ก็เลยตื่นมาเล่นเน็ต กินมาม่า
แต่มาม่าที่นี่อ่ะ Maggi เส้นไม่อร่อยเลย ไม่เหมือนบ้านเรา
กินไปเล่นคอมไป รู้ตัวอีกทีตีสามคะ
นอนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
วันนี้ตื่นมาแบบเจ็บขาอ่ะ
เป็นตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว สงสัยว่าถือของหนักไป
เลยเจ็บตรงข้อเข่า แบบว่า งอ ๆ ยืด ๆ ก็เจ็บอ่ะ
แถมเจ็บหน้าผาก เพราะสิวเม็ดใหญ่อ่ะ
สมน้ำหน้าตัวเองเหมือนกัน คงเป็นเพราะเล่นกินช๊อคโกแลตทุกวันอ่ะ
ก็ซื้อ time out ห่อใหญ่มาตั้งนานแล้วแหละ มันเป็นห่อเล็กหลาย ๆ อัน เลยกินวันละอัน
ผลคือ สิวคะ เจ็บระบม
วันนี้ตื่นสายมาก อยากนอน ช่วงนี้ฝนตกทุกวัน ร่มก็หนักไม่พกก็ไม่ได้
ตื่นสายแต่รีบอาบน้ำ ขึ้นมากินอาหารเช้า ก็เป็นขนมปังแบบโฮลวีทนั่นแหละ
วันนี้เหลือไม่เยอะ เลยกินตอนเช้าไปแผ่น
แล้วก็เอาไปออฟฟิศสองแผ่น กับแผ่นข้าวโพดผักที่มันไม่อร่อยนั่นแหละ กินให้หมด ๆ ไป
แล้วก็รีบเผ่นออกจากบ้านนั่นแหละ กว่าจะเดินไปถึงป้ายรถ ก็พลาดไปแค่ห้านาที
เลยต้องรอคันใหม่มา กว่าจะมาอีก ก็สิบนาทีแล้ว
ปกติอ่ะ สิบนาที ไม่นานนะ แต่นี่มันหนาว ลมก็พัด อากาศหนาวก็แย่แล้ว มีลมพัดอีก ตายไปเลย
ไปถึงออฟฟิศก่อนเวลา วันนี้ไม่ทำไรมาก
รีบเคลียร์ไฟล์ เพราะ Chris เค้าว่าเอาไฟล์ให้เค้าได้ไหม เค้าจะไปเอาดูเสาร์อาทิตย์
เราก็ตกใจดิ ตา Vinay ยังไม่ได้ดูเลย เค้าว่ามันรีบให้ Chris ดูเลย
ตายแล้วเรา คราวนี้ก็รีบเคลียร์ ตาม Kylie ให้ print ออกมาให้หมด
ทำไป ก็ต้องนั่ง key timesheet ไป ไม่งั้นกว่าจะตบลง ตายแน่
ตอนบ่าย ๆ ระหว่างรอ Kylie เลยเตรียมดูงบของจ๊อบที่จะไปอาทิตย์หน้า
ดูแล้วก็มีคำถามเลยเดินไปถาม Conley อ่ะ
ก็ตามเคยแหละ ฟังไม่ค่อยออก แต่คราวนี้บอกเลยให้เค้าพูดใหม่
มันไม่ได้ช้าลงหรอก แต่พอฟังสองครั้งก็จับความได้
คือจ๊อบที่จะไปอาทิตย์หน้าเนี่ย manager ที่นี่ไม่ต้องดู
เพราะเป็นการทำ working paper ส่งไปให้ PKF Sydney ดู
คราวนี้เลยไม่มีใครรู้เรื่องจ๊อบนี้มากนัก
Conley ว่าถ้ามีปัญหาไรให้โทรไปถามคนนี้เลย
โอ้วม่ายยยยย อีเมล์ยังพอไหว แต่โทรเนี่ย ไม่ไหวมั้งคะ
เลยอีเมล์ไปอ่ะ รอเค้าตอบกลับว่าจะให้ทำยังไง
ปัญหาคือ บริษัทนี้เค้าถูก take over
รายได้ค่าใช้จ่ายที่บันทึกอยู่ เลยเป็นของเจ็ดเดือน (คงเป็นตั้งแต่วันที่เค้าตกลงซื้อขายกัน)
คราวนี้เค้าปรับของเก่าเข้า retained earning เลย
งงอ่ะ เพราะว่าของเราไม่เคยเจอ
แต่ลืมไปว่าเค้าตรวจเพราะจะเอาไป conso
คือที่นี่อีกอย่าง มันไม่จำเป็นต้อง audit ทุกบริษัทอ่ะ
บางบริษัททำงบแค่ยื่นภาษีไม่ต้อง audit แล้วจ๊อบนี้ก็คงเป็นอย่างงั้น
(จ๊อบที่ไปอาทิตย์ก่อนก็เหมือนกัน audit ไม่เคยตรวจเลย มีแต่ tax accountants ทำงบส่งให้สรรพากร)
พอ ๆ เดี๋ยวคนไม่รู้เรื่องออดิท มาอ่านแล้วงง อิอิ
วันนี้ก็กลับไม่ดึกอ่ะ ห้าโมงครึ่งก็กลับและ
อย่างว่าแหละ วันนี้วันเย็นวันศุกร์ ใคร ๆ ก็มีนัด
เราเลยเดินเล่นตามร้านอ่ะ เพราะวันปกติไม่มีโอกาสเลย มันปิดห้าโมง ห้าโมงครึ่ง
แต่วันนี้วันศุกร์ ที่นี่เป็นทุ่ม หรือสามทุ่มไม่รู้ จำไม่ได้
ระหว่างทางผ่านร้านเสื้อ เลยเข้าไปดูกางเกงทำงาน
คืออยากได้อีกตัวอ่ะ ลองไปสองตัว เพิ่งรู้ว่ากางเกงร้านนี้มีสองแบบ
แบบนึง regular length อีกแบบเป็น short length
เค้าก็เลยยื่น short length ให้เรา อิอิ
คือขามันสั้นกว่าหน่ะ แต่แบบมันเหมือนกันเลย
ปัญหาคือ แบบที่มันเป็น short length มันไม่ลดอ่ะ เกือบสี่สิบเหรียญ
ส่วนอีกแบบ 34.95 ต่างกันห้าเหรียญ เราเลยเลือกตัวที่มันลด อิอิ
เพราะมันมีเข็มขัดเส้นเล็ก ๆ ด้วยไง ขายาวกว่าหน่อย ก็เดี๋ยวมาตัดมาเย็บเอง
ยังไงก็ต้องทำของตัวที่ซื้อวันก่อนอยู่แล้ว
ได้กางเกงมาก็รีบกลับอ่ะ แต่แอบมีเข้าร้านอื่น
สวยนะ ผ้าดี แต่ made in china อีกแล้วอ่ะ
เสื้อผ้าที่นี่มีแต่ made in China ทั้งนั้น เลยไม่ค่อยอยากซื้อ
กางเกงสวย ตัวละพันห้า ไม่เท่าไหร่ แต่ made in china เนี่ย เลยไม่ค่อยจูงใจที่จะซื้อ
ขากลับฝนตก แต่เราเดินในเลาะ Myerไปถึงสถานีรถไฟ เลยไม่เปียกอ่ะ
ขึ้นรถไฟ platform 4 อ่ะ จะได้ไม่ต้องวิ่ง เพราะอีกสาย Armandale มันจะออกพอดี
ขึ้นไปก็เอะใจว่า ไมผู้หญิงคนนี้ไม่ไปนั่ง
พอเราหันไปจะนั่ง มีคนเรียก โอ้ว Risa นั่นเอง
เค้าเพิ่งกลับจากไป ดู share house มา เค้าว่ามันอยู่แถว ๆ สถานี east Perth นั่นแหละ
ก็ไม่ไกลจากบ้านเดิมนัก แต่เค้ายังตัดสินใจอยู่
เลยมีเพื่อนกลับบ้าน แต่ก็เดินกางร่มกันคนละคันนะ หลังจากลงรถไฟ เพราะว่าฝนตก
กลับบ้านกะว่าวันนี้จะขอ Jessica ต่อเน็ต แต่จนป่านนี้ สี่ทุ่มกว่าแล้ว ยังไม่กลับเลย
ไม่รู้ว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เพราะ Diana ก็โทรกลับมาที่บ้าน ถามว่าลูกเค้ากลับยัง
อ้อ ๆๆๆๆๆ วันนี้มีเรื่องเล่า
ทุ่มกว่าแล้ว Jessica ยังไม่กลับ Risa คงหิว เลยแกะอาหารแช่แข็งกิน
คราวนี้เราไม่อยากกินอ่ะ อยากกินข้าว แต่ไม่อยากหุงโดยเวฟ
เลยเอาก๋วยเตี๋ยวแล้วกัน แต่ไม่อยากกินมาม่า
เลยเอาเส้นก๋วยเตี๋ยว มันก็เหมือนเส้นมาม่านั่นแหละ
เค้าซื้อไว้ห่อใหญ่ ห่อนึงมันก็มีประมาณสิบก้อนได้อ่ะ
ตอนแรกจะทำกินคนเดียว Risa เห็นเลยบอกว่าทำเผื่อด้วย
โอ้ว จะกินได้ไหมเนี่ย ลุ้นระทึก
ทำไปก็คิดว่าจะใส่ไรมั่ง เนื้อสับ ผักก็เห็นจะมีแค่บล๊อคโคลี่กับแครอท
แล้วก็เตรียมเครื่องปรุง soy sauce น้ำปลา น้ำตาล
ไม่กล้าปรุงเยอะอ่ะ ถ้าจืดไปยังเติมได้ ก็ใส่อย่างละนิดอย่างละหน่อย พอมีสีสัน
ก็จืดไปสำหรับเราแหละ เลยตักใส่จานแล้วใส่น้ำปลากับพริกป่น
โอ้ววววว อร่อยอ่ะ ไม่รู้ว่าเพราะหิวด้วยหรือเปล่า
กินจานตัวเองเสร็จ กรรม ลืมถ่ายรูป เลยไปหยิบกล้องมา ถ่ายที่อยู่ในกะทะนั่นแหละ อิอิ
เหลือไว้ไม่เยอะ เผื่อ Jessica กลับมากินไง
Risa เค้าว่าเค้าชอบ แต่ก็อย่างว่าอ่ะ เราว่ารสมันคงหวานไปสำหรับเค้า เค้าก็เติม soy sauce อีกหน่อย
มันคงพอกินได้ ไม่ถือกับอร่อยมากนัก ถ้ามีอย่างอื่นกิน คงไม่ทำเองหรอก อิอิ
ไว้เอารูปไปโชว์เน้อออออออออ
วันที่ผ่านมาไม่มีไรตื่นเต้น
จะมีก็แต่กังวลมากกว่ากับงานที่ทำ
เพราะทำได้ช้ามากอ่ะ ถ้าเทียบกับคนที่นี่
วันก่อน Vinay ไม่มาที่จ๊อบเพราะเค้าไปจ๊อบอื่น
ก็ทำงานแบบไม่วิตกมาก ถ้าพี่แกอยู่จะทำงานแบบเกรง ๆ
กลัวมาถามไรเรา เพราะปกติชอบถามว่า hows your life?
ให้ตอบไงหล่ะ แต่ทำไปก็ทำแบบงม ๆ ไป
พอวันนี้เค้ามา เราเลยถามใส่เป็นชุดเลย
แบบว่าไม่รู้ไงว่า WIP ทำไง จะเอาแบบไหน
เพราะ audit program ที่พี่แกเขียนมาเนี่ย มันทำตามไม่ได้อ่ะ
คงไปลอกจ๊อบไปมาแหละ
คราวนี้ถึงเรื่อง tax เรื่อง superannuation
ว่ามันยื่นยังไง deadline วันไหน
พอเที่ยงพี่แกก็ไป บอกว่าคงไม่มีไร
ถ้าเรากับ Kylie เสร็จก็กลับได้เลย
บ่ายสองกว่า ๆ ก็กลับออฟฟิศแหละ
ลูกค้าประเทศไหนเหมือนกันหมด audit กลับก็ดีใจใหญ่
ก็กลับออฟฟิศโดย Red CAT นั่นแหละ
ปกติก็ไม่ลำบากหรอก ถ้าไม่มีกระเป๋า คอมหนัก ๆ แล้วก็ไฟล์อีกหนึ่ง
เดินไม่ถึงสิบนาทีก็ถึง แต่กว่าจะถึง มือสั่นเลย สงสัยถือหนักเกินไปอ่ะ
กลับออฟฟิศก็นั่งเคลียร์งาน เพราะ Vinay บอกว่าจะเอาไฟล์วันศุกร์
กะอยู่ทำให้เสร็จแล้ว แต่ไม่ไหวอ่ะ ท้องร้องเกิน
เพราะเมื่อกลางวันกินแต่แซนวิช กับอะไรก็ไม่รู้ซื้อมาจาก IGA (supermarket) อ่ะ
ที่ซื้อมามันเหมือนไว้กินกับเบอร์เกอร์นั่นแหละ
แต่มันไม่ใช่เนื้อสัตว์ มันเป็นพวกข้าวโพด กับผักผสมกัน บด ๆ แล้วปั้นเป็นแผ่น
ตอนร้อนอ่ะ กินพอได้ แต่พอเย็นแล้วเนี่ย ไม่ไหวเลยยยยยย
อ่ะ ต่อ ๆ หกโมง ท้องร้อง หกครึ่งเริ่มไม่ไหว กลับดีกว่า
คราวนี้ระหว่างทางกลับบ้านควรหาไรรองท้องก่อน
เลยหยิบ สองเหรียญใส่กระป๋อง แล้วก็หยิบช๊อคโกแลตถือกลับไป เผื่อกินระหว่างทาง
ต้องอธิบายนิดนึง ว่า ออฟฟิศที่เนี่ย เค้ามีตะกร้าใส่ขนม
ก็มีหลากหลายแหละ ไม่ว่าจะเป็น เยลลี่ ช๊อคโกแลต หรือว่าขนมห่อ ๆ ที่เป็นข้าวกรอบข้าวเกรียบ
อ้อ มีอีกอย่าง ในตู้เย็นมีโค้กกระป๋อง
แต่คนที่หยิบต้องจ่ายตังนะ ก็วางตังไว้ใส่กระป๋อง ส่วนใหญ่ก็จะเหรียญสองเหรียญ
แล้วที่นั่งเราเนี่ย มันอยู่หลังตู้วางตะกร้า ได้ยินคนมาหยอดทั้งวัน อิอิ
อ้อ ต่อ ๆ คือ ตอนหยิบเนี่ยไม่อยากยืนเลือกนาน
เลยเห็นอะไรที่เป็นช๊อคโกแลต ก็เอาเลย เน hazelnut ด้วย
แต่พอกินคำแรก โอ้วม่ายยยยยย ไม่ชอบเลยอ่ะ
มีช๊อคโกแลตนิดเดียว ถั่วมันก็แอบมีกลิ่นเหม็นหืนเล็ก ๆ
สงสัยไม่ค่อยมีใครกิน แต่ก็นะ หยิบมาแล้ว กินให้หมด ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว หิวก็หิว
กลับมาทุ่มกว่า Jessica ยังไม่กลับมา
เลยทำมาม่ากินกับ Risa เค้าเลือกรสต้มแซบ เราก็เตือนแล้วว่าเผ็ด
กินไปร้องไห้ไป อิอิ เราเลือกกุ้งนึ่งมะนาว กุ้งก็มีแต่ต้องแกะถุงใหม่ไง ถุงมันใหญ่ เลยไม่เอา
คราวนี้เลยเอาเนื้อสับมาใส่ ไม่ค่อยเข้าหรอก แต่ยังดีกว่ากินมาม่ากับแครอทกับบล๊อคโคลี่
อ้อเล่าก่อน วันแรกที่ Diana ไป ได้กินอาหารฝีมือ Jessica
เป็น grain อ่ะ อันนี้ทำไปชั่งไป แล้วก็มีไก่ อันนี้ฝีมือเรา ไก่หมัก soy sauce
แล้วก็มีขนมปัง แต่สงสัยอบนานไปหน่อย เลยแข็งซะ
วันถัดมาได้กินอาหารญี่ปุ่นฝีมือ Risa
เค้าบอกชื่อนะ แต่จำไม่ได้ อิอิ
แต่มันเป็นข้าวญี่ปุ่นราดด้วยไข่ที่ใส่เนื้อไก่กับหัวหอม
จำได้ว่า เค้าบอกว่าชื่ออาหารเนี่ย มันแปลว่า พ่อแม่ กับลูก
พ่อแม่เป็นไก่ ลูกเป็นหัวหอม เออ แปลกดี
เค้าว่าเค้าใส่แค่ soy sauce เกลือ แล้วก็น้ำตาล
ที่ราดเนี่ยก็ดี ใส่ soy sauce เพิ่มก็พอดีเลย
ที่มันไม่พอดีตรงที่ข้าวญี่ปุ่นอ่ะ อย่างที่ว่าบ้านนี้ไม่มีหม้อหุงข้าว
เค้าเลยต้มในหม้อ ผลคือ ข้าวแฉะๆ ข้างในแข็ง อิอิ
แต่ก็กินได้แหละ ไม่แย่ซะทีเดียว แต่คราวหลังถ้าเราหุงข้าว เราจะลองใส่ไมโครเวฟดีกว่า
หมดและ วันนึง เห็นมะ ไม่มีไรหรอก
อ่านกันทำไมเนี่ย!!!!!!!
ห่างหายไปหลายวัน ไม่มีไรน่าตื่นเต้นเท่าไหร่อ่ะ
มีแต่เรื่องน่าปวดหัว เพราะจ๊อบที่ทำอยู่ ไม่ได้ตรวจแล้วออกงบเอง
แต่ทำงานให้ Sydney office เพื่อเค้าเอาไปรวมทำงบของบริษัทแม่อ่ะ
เพิ่งตรวจปีแรก ประกอบกับเพิ่ง take over กัน เลยยุ่งไปกันใหญ่
ออฟฟิศเค้าเหมือนโกดังอ่ะ แต่ว่าเดินเข้าไปน้ำมันเครื่องหึ่งเลย
ลูกค้าน่ารักดี เป็นมิตรสุด ๆ แบบว่าไม่ถือตัว (แต่ไม่ใช่บัญชีนะ)
เวลากินข้าว ก็นึกบรรยากาศประมาณว่านั่งในห้องพักช่างเครื่องอ่ะ
ชามช้อน เก้าอี้ โต๊ะ ก็ดูไม่สะอาดเท่าไหร่
อยู่ที่นี่เลยไม่ได้กินน้ำอ่ะ เป็นแก้วแล้ว.......ไม่เอาดีกว่า
Welshpool เนี่ย ตอนแรกนึกว่าไม่ไกลจากบ้าน เพราะเห็นไปทาง east
แต่ที่ไหนได้ อย่างวันนี้เข้าออฟฟิศไปเอา taxi voucher แล้วค่อยไปจ๊อบ
โดนค่าแท๊กซี่ไป 27.7 เหรียญ นั่งแค่ประมาณครึ่งชั่วโมงนะ
ระยะทางคง