2-3 วันนี้งานยุ่งวุ่นวายมากมาย
อย่างเมื่อวันก่อนก็กลับสามทุ่มกว่า เพราะคิดว่าต้องเคลียร์ review point ให้เสร็จ
แต่เมื่อวานลูกค้าบอกจะไม่ส่ง draft งบให้เรา ถ้าเค้ายังไม่ได้คุยกับ partner (โอ้ว แล้วจะรีบปั่นไมเนี่ย)
ก็ partner คนนั้นเค้าไม่อยู่อ่ะ เลยทำให้เรามีเวลาหายใจได้อีกสองสามวัน
แต่เมื่อวานยุ่งมากมาย Conley review งานแล้ว
ตอนแรก ไม่กล้าเปิดดูไฟล์เลย เพราะคิดว่า review point เยอะแน่
แต่ก่อนกลับบ้านแอบดูนิดนึง แต่เท่าที่ดูแล้ว point ไม่มากมายเท่าที่กลัว
เลยตัดสินใจกลับบ้านตอนทุ่มกว่า เพราะว่าง่วงมากมาย
คือคืนก่อนหน้า กลับดึกยังไม่พอ มิหนำซ้ำ ยังเล่นเน็ตดึกอีก กว่าจะได้นอนก็เกือบตีสอง
เมื่อคืนกว่าจะหลับก็เที่ยงคืน วันนี้เลยตื่นมาแบบงัวเงียอีก
แต่ต้องรีบไปทำงาน เพราะมีงานกองอยู่เพียบ
แถม Conley มาบอกเมื่อวานเย็น ว่าให้ทำไรสักอย่าง แต่เราฟังไม่ทันอ่ะ
ไม่คุ้นสักทีกับสำเนียงเค้า เหมือนคนงึมงำเร็ว ๆ อ่ะ ฟังไม่ค่อยออกเลย
ตอนเช้าไปถึงออฟฟิศเลยเข้าไปถามเค้าว่าจะให้ทำอะไร
เค้าบอกว่าให้ทำ fee ของสองบริษัท คือ................งงอ่ะ เลยถามไปตรง ๆ ว่าให้ทำไง
เค้าก็บอกว่าให้ไปถาม Paul ละกัน (โอ้ว ตา Paul เนี่ย ใครอ่ะ ต้องไปหาอีก แต่ดูจากนามสกุลแล้ว คงเป็นคนจีน คงหาไม่ยาก เพราะเห็นมีผู้ชายคนเดียวที่ดูเหมือนเอเชีย)
ก่อนออกจากห้อง Conley เค้าถามว่าคิดถึงบ้านไหม จะย้ายมาอยู่ที่นี่เลยไหม
ก็เลยตอบกลับไปว่า ครอบครัวอยู่ที่นู้น แล้วก็ยิ้ม
(ตอนหลังมาคิดได้ว่า ทำไมไม่ถามไปว่า อยู่ที่นี่ ทำงานที่นี่ได้ด้วยป่าว อิอิ)
กลับมานั่งปั่นงานต่อ ก็มีแก้งบกว่าจะเสร็จก็บ่ายแล้ว
ตอนแรกคิดว่าจะไปกินข้าวกับ Pam เพราะเค้าเคยชวนว่าไปด้วยกันก็ได้
แต่เนื่องจากยุ่งเกินอ่ะ เลยเดินลงไปซื้อ teriyaki chicken sushi กับยำสาหร่ายมากินที่โต๊ะ ทำไปกินไป
อ้อ ลืมเล่า คือ Pam เนี่ยเค้าเป็นคนฮ่องกง เพิ่งเข้ามา PKF ได้อาทิตย์นึง
นั่งตรงที่เก่าที่ Kylie เคยนั่งแหละ ใกล้เราด้วย เลยคุยกันง่าย
ครั้งแรกที่เห็น กลัวอ่ะ คนไรมั่นมากกกก แล้วก็นะ คนจีนพูดเสียงดัง
แต่ที่ไหนได้ เค้าเป็นมิตรมาก ๆ ชวนเราคุยตลอด
ประกอบกับช่วงนี้ไม่ค่อยมีใครอยู่ออฟฟิศ เลยเดินมาคุยกับเรามั่ง ถามว่าไม่ชงกาแฟเหรอ สิบโมงแล้ว
(ก็อยู่ที่นี่อ่ะ ต้องกินกาแฟ ไม่งั้นเหมือนไม่มีแรงทำงาน
แต่พยายามกินแค่ช้อนเดียว ผสมไมโลเอา ช่วยให้หายหิวหายง่วงไปได้)
วันนี้ Pam มาคุยที่โต๊ะ บอกว่าแม่ไม่ให้ไปเมืองไทย เพราะว่ามีระเบิด
เราก็ว่ามีที่ใต้นี่ แต่นึกได้ว่าเมื่อสองปีก่อนช่วงปีใหม่ มันระเบิดกลางกรุงเลยนี่
เลยบอกเค้าไปตรง ๆ ว่ามันมีเหมือนกัน แต่ไม่ร้ายแรง
แต่ถ้าไม่อยากเสี่ยง ปีหน้าก็ได้ เพราะเค้ากะว่าจะไปช่วง Christmas
Pam ก็ดีนะ เค้าบอกว่าเค้าไม่กลัวอ่ะ เพราะมันไม่ระเบิดติดกันหรอก แล้วก็ยกตัวอย่างบาหลีขึ้นมา
วันนี้กะว่าไม่อยู่ดึก เลยไม่สั่งอาหาร
คือที่นี่ถ้ารู้ว่าจะอยู่ดึก สั่งอาหารได้เพราะว่าออฟฟิศเค้าจะเลี้ยงข้าวเย็น
แต่พอหกโมงกว่า ๆ เริ่มได้กลิ่นอาหารของคนอื่น เริ่มหิวคะ กลับบ้านก็ได้ เตรียมปิดคอมตอนทุ่มนึง
แต่นึกขึ้นได้เรื่อง Fee ที่ Conley ให้ทำ เลยทำใจกล้าเดินไปหา Paul เพราะเล็งแล้วว่านั่งอยู่ตรงไหน
เค้าก็ใจดีนะ เดินมาที่โต๊ะเราแล้วก็สอน
แต่คงด้วยความไม่คล่องอ่ะ เลยต้องไปหยิบ note มาแล้วก็สอนเราทำ
จริง ๆ แล้วที่ Conley ให้ทำเนี่ย คือ เอา WIP ไปทำ invoice
ต้องโหลด WIP ขึ้นมาก่อน ว่ามีเท่าไหร่ แล้วก็เข้าระบบเค้าไป create invoice
ไม่ยุ่งมาก แต่ด้วยความที่ไม่เคยทำอ่ะ เลยงง ๆ เล็กน้อย
จากที่ Paul สาธิตไปหนึ่งจ๊อบ แต่อีกจ๊อบมีปัญหาเลยต้องรอถาม Conley พรุ่งนี้
คราวนี้ที่ Paul ทำให้ดูอ่ะ ยอมรับเลยว่าตามไม่ทันเท่าไหร่
แต่ก็นะ พรุ่งนี้ค่อยงม ๆ เอาแล้วกัน เพราะนั่นมันก็เกือบสองทุ่มแล้ว หิวข้าว กลับบ้านดีกว่า
ระหว่างทางไปสถานีรถไฟ ต้องเดินนอกตึกข้ามถนนไป London Court
แล้วค่อยตัด Hay street ไปทาง Myer
เดินไปสั่นไป เพราะลมบวกกับความหนาวมาก ถึงสถานีรถไฟ ก็ตัวชาพอดี
กลับถึงบ้านยังไม่มีใครกลับ เห็น Diana ว่าจะไปรับ Jessica ซึ่งเลิกงานทุ่มนึง
ด้วยความหิวมากของเรา เลยต้มมาม่าใส่ผัก แล้วก็กินกับไก่อบที่เหลือจากเมื่อคืน พอหายหิวไปได้
หมดไปอีกวัน กับวันยุ่ง ๆ แต่รู้สึกดีที่ยุ่งมากกว่านั่งว่างไม่มีไรทำ
2-3 วันนี้งานยุ่งวุ่นวายมากมาย
อย่างเมื่อวันก่อนก็กลับสามทุ่มกว่า เพราะคิดว่าต้องเคลียร์ review point ให้เสร็จ
แต่เมื่อวานลูกค้าบอกจะไม่ส่ง draft งบให้เรา ถ้าเค้ายังไม่ได้คุยกับ partner (โอ้ว แล้วจะรีบปั่นไมเนี่ย)
ก็ partner คนนั้นเค้าไม่อยู่อ่ะ เลยทำให้เรามีเวลาหายใจได้อีกสองสามวัน
แต่เมื่อวานยุ่งมากมาย Conley review งานแล้ว
ตอนแรก ไม่กล้าเปิดดูไฟล์เลย เพราะคิดว่า review point เยอะแน่
แต่ก่อนกลับบ้านแอบดูนิดนึง แต่เท่าที่ดูแล้ว point ไม่มากมายเท่าที่กลัว
เลยตัดสินใจกลับบ้านตอนทุ่มกว่า เพราะว่าง่วงมากมาย
คือคืนก่อนหน้า กลับดึกยังไม่พอ มิหนำซ้ำ ยังเล่นเน็ตดึกอีก กว่าจะได้นอนก็เกือบตีสอง
เมื่อคืนกว่าจะหลับก็เที่ยงคืน วันนี้เลยตื่นมาแบบงัวเงียอีก
แต่ต้องรีบไปทำงาน เพราะมีงานกองอยู่เพียบ
แถม Conley มาบอกเมื่อวานเย็น ว่าให้ทำไรสักอย่าง แต่เราฟังไม่ทันอ่ะ
ไม่คุ้นสักทีกับสำเนียงเค้า เหมือนคนงึมงำเร็ว ๆ อ่ะ ฟังไม่ค่อยออกเลย
ตอนเช้าไปถึงออฟฟิศเลยเข้าไปถามเค้าว่าจะให้ทำอะไร
เค้าบอกว่าให้ทำ fee ของสองบริษัท คือ................งงอ่ะ เลยถามไปตรง ๆ ว่าให้ทำไง
เค้าก็บอกว่าให้ไปถาม Paul ละกัน (โอ้ว ตา Paul เนี่ย ใครอ่ะ ต้องไปหาอีก แต่ดูจากนามสกุลแล้ว คงเป็นคนจีน คงหาไม่ยาก เพราะเห็นมีผู้ชายคนเดียวที่ดูเหมือนเอเชีย)
ก่อนออกจากห้อง Conley เค้าถามว่าคิดถึงบ้านไหม จะย้ายมาอยู่ที่นี่เลยไหม
ก็เลยตอบกลับไปว่า ครอบครัวอยู่ที่นู้น แล้วก็ยิ้ม
(ตอนหลังมาคิดได้ว่า ทำไมไม่ถามไปว่า อยู่ที่นี่ ทำงานที่นี่ได้ด้วยป่าว อิอิ)
กลับมานั่งปั่นงานต่อ ก็มีแก้งบกว่าจะเสร็จก็บ่ายแล้ว
ตอนแรกคิดว่าจะไปกินข้าวกับ Pam เพราะเค้าเคยชวนว่าไปด้วยกันก็ได้
แต่เนื่องจากยุ่งเกินอ่ะ เลยเดินลงไปซื้อ teriyaki chicken sushi กับยำสาหร่ายมากินที่โต๊ะ ทำไปกินไป
อ้อ ลืมเล่า คือ Pam เนี่ยเค้าเป็นคนฮ่องกง เพิ่งเข้ามา PKF ได้อาทิตย์นึง
นั่งตรงที่เก่าที่ Kylie เคยนั่งแหละ ใกล้เราด้วย เลยคุยกันง่าย
ครั้งแรกที่เห็น กลัวอ่ะ คนไรมั่นมากกกก แล้วก็นะ คนจีนพูดเสียงดัง
แต่ที่ไหนได้ เค้าเป็นมิตรมาก ๆ ชวนเราคุยตลอด
ประกอบกับช่วงนี้ไม่ค่อยมีใครอยู่ออฟฟิศ เลยเดินมาคุยกับเรามั่ง ถามว่าไม่ชงกาแฟเหรอ สิบโมงแล้ว
(ก็อยู่ที่นี่อ่ะ ต้องกินกาแฟ ไม่งั้นเหมือนไม่มีแรงทำงาน
แต่พยายามกินแค่ช้อนเดียว ผสมไมโลเอา ช่วยให้หายหิวหายง่วงไปได้)
วันนี้ Pam มาคุยที่โต๊ะ บอกว่าแม่ไม่ให้ไปเมืองไทย เพราะว่ามีระเบิด
เราก็ว่ามีที่ใต้นี่ แต่นึกได้ว่าเมื่อสองปีก่อนช่วงปีใหม่ มันระเบิดกลางกรุงเลยนี่
เลยบอกเค้าไปตรง ๆ ว่ามันมีเหมือนกัน แต่ไม่ร้ายแรง
แต่ถ้าไม่อยากเสี่ยง ปีหน้าก็ได้ เพราะเค้ากะว่าจะไปช่วง Christmas
Pam ก็ดีนะ เค้าบอกว่าเค้าไม่กลัวอ่ะ เพราะมันไม่ระเบิดติดกันหรอก แล้วก็ยกตัวอย่างบาหลีขึ้นมา
วันนี้กะว่าไม่อยู่ดึก เลยไม่สั่งอาหาร
คือที่นี่ถ้ารู้ว่าจะอยู่ดึก สั่งอาหารได้เพราะว่าออฟฟิศเค้าจะเลี้ยงข้าวเย็น
แต่พอหกโมงกว่า ๆ เริ่มได้กลิ่นอาหารของคนอื่น เริ่มหิวคะ กลับบ้านก็ได้ เตรียมปิดคอมตอนทุ่มนึง
แต่นึกขึ้นได้เรื่อง Fee ที่ Conley ให้ทำ เลยทำใจกล้าเดินไปหา Paul เพราะเล็งแล้วว่านั่งอยู่ตรงไหน
เค้าก็ใจดีนะ เดินมาที่โต๊ะเราแล้วก็สอน
แต่คงด้วยความไม่คล่องอ่ะ เลยต้องไปหยิบ note มาแล้วก็สอนเราทำ
จริง ๆ แล้วที่ Conley ให้ทำเนี่ย คือ เอา WIP ไปทำ invoice
ต้องโหลด WIP ขึ้นมาก่อน ว่ามีเท่าไหร่ แล้วก็เข้าระบบเค้าไป create invoice
ไม่ยุ่งมาก แต่ด้วยความที่ไม่เคยทำอ่ะ เลยงง ๆ เล็กน้อย
จากที่ Paul สาธิตไปหนึ่งจ๊อบ แต่อีกจ๊อบมีปัญหาเลยต้องรอถาม Conley พรุ่งนี้
คราวนี้ที่ Paul ทำให้ดูอ่ะ ยอมรับเลยว่าตามไม่ทันเท่าไหร่
แต่ก็นะ พรุ่งนี้ค่อยงม ๆ เอาแล้วกัน เพราะนั่นมันก็เกือบสองทุ่มแล้ว หิวข้าว กลับบ้านดีกว่า
ระหว่างทางไปสถานีรถไฟ ต้องเดินนอกตึกข้ามถนนไป London Court
แล้วค่อยตัด Hay street ไปทาง Myer
เดินไปสั่นไป เพราะลมบวกกับความหนาวมาก ถึงสถานีรถไฟ ก็ตัวชาพอดี
กลับถึงบ้านยังไม่มีใครกลับ เห็น Diana ว่าจะไปรับ Jessica ซึ่งเลิกงานทุ่มนึง
ด้วยความหิวมากของเรา เลยต้มมาม่าใส่ผัก แล้วก็กินกับไก่อบที่เหลือจากเมื่อคืน พอหายหิวไปได้
หมดไปอีกวัน กับวันยุ่ง ๆ แต่รู้สึกดีที่ยุ่งมากกว่านั่งว่างไม่มีไรทำ
อาทิตย์นี้ไม่ต้องไปลูกค้า เห็นลง plan ว่าต้องทำงบกับเคลียร์จ๊อบ
วันนี้เลยตื่นนอนแบบสบายใจ ไม่เร่งรีบนัก เพราะคิดว่าจะว่าง
ที่ไหนได้ Mark เอางบตัวที่สองมาให้ทำ ก็นั่งทำไปก็ยังคงงงไปอยู่
ยังทำไม่ทันเสร็จ ลูกค้าอีกจ๊อบก็ส่งเอกสารมา แต่ก็นะไม่ครบ เพราะเค้าไม่เข้าใจว่าเราจะเอาอะไร
ที่จริงมันก็ความผิดเราแหละ ที่ทำ working paper หาย พอจะขอใหม่ก็เลยยาก
แล้วก็คิดว่าต้องส่งงาน Conley สักที เพราะมัวแต่รอลูกค้าให้ส่งเอกสารครบ แล้วค่อยส่งให้ Con คงไม่ทันแน่
เลยนั่งปั่นงบของ Mark กับเคลียร์ไฟล์ นั่งวุ่นทั้งวัน
แต่วันนี้กลับบ้านเร็ว เพราะว่า Risa จะมาทานข้าวที่บ้าน
คือ Diana ก็อยากเจอแหละ เลยให้ชวนมากินข้าว
กลับบ้านถึงบ้านก็หกโมงกว่าแล้ว
Jessica ก็หิวข้าวตั้งแต่ยังไม่ทุ่ม แต่ต้องรอ Risa มาอ่ะ ถึงได้กิน
กว่าจะมาก็โน้น สองทุ่มได้ หิวกันตาลายแต่อาหารเย็นอร่อย
มื้อนี้ Diana คงเห็นว่ามีข้าวเหลือในตู้เย็นเลยเอามาผัดซ๊อส ใส่แครอทกับบล๊อคโคลี่ตามสูตร ประกอบกับไก่อบ
โอ้ว อร่อยนะนี่ ชอบ ๆๆๆๆๆๆ
อ้อ อีกเรื่อง วันนี้ Diana เปิดแชมเปญ เลยถามว่าจะเอาไหม
ตอนแรกปฎิเสธ แต่ก็อยากลองอยู่ เค้าเลยรินให้ชิมนิดนึง
ก็แปลก ๆ ดี ซ่า ๆ แต่ก็ไม่ชอบอ่ะ เหม็น
กินข้าวเสร็จ ก็นั่งคุยกันต่อ
Risa เล่าเรื่องคนที่มาคุยด้วย มีหลายชาติมาก
มีคนนึงแก่ราวปู่ มาขอเบอร์ โหนะ Diana ยังบอกเลยว่า ไว้ใจใคร อย่าคุยกับใครมาก
แล้ว Diana ก็เล่าเรื่องที่ว่า ทำไมเรากับ Risa ถึงมาอยู่พร้อมกันได้
ปกติ Diana เค้ารับเด็กทีละคน เพราะมีห้องนอนห้องเดียว คือห้องที่เราอยู่นี่แหละ
เรื่องมันมีอยู่ว่า PKF ติดต่อคนในออฟฟิศ ว่ามีใครสนใจจะรับเราเข้าไปอยู่ด้วย
เห็นว่า มีอยู่คนเดียวแต่อยู่ไกลออฟฟิศไปทางเหนือ
(คงเป็นเพราะ BD บอกหรือเปล่าไม่รู้ หรือว่า HR ที่นี่เห็นว่าไกลเลยไม่เลือกเราไปอยู่ที่นั่น)
พอดีลูกสาวเพื่อน Diana เค้าทำงานอยู่ที่นั่น เลยแนะนำ Diana ไป
PKF อ่ะ ติดต่อ Diana ตั้งแต่พฤษภาคมแล้ว (ก็ตั้งแต่รู้ว่าจะต้องมานั่นแหละ)
แต่เค้าก็เงียบไปตลอด จนกระทั่งวันศุกร์ก่อนเรามา PKF โทรมาบอกว่า เราจะมาวันจันทร์
โอ้ว........คราวนี้เรื่องมันเกิดตรงที่ Diana เค้าไปรับปาก Agent ไว้แล้วว่าจะรับ Risa เข้ามาอยู่
ทาง PKF เลยบอก Diana ว่าถ้าไม่ได้ เดี๋ยวให้เราไปอยู่ apartment ก็ได้
แต่ด้วยความใจดีของ Diana เค้าบอกว่าไม่ต้อง ให้มาอยู่ที่นี่แหละ
เค้าเลยยกห้องทำงานของเค้ากับ Jessica ทำเป็นห้องนอนให้ Risa
แล้วก็ยืมเตียงเพื่อนเค้ามาให้เรา เป็นอันลงตัว
เท่าที่ฟัง Diana เล่าเนี่ย ดูเค้าวุ่นวายไปหมดกับการมาของเรา
เพราะ Risa มาก่อนเราวันเดียว แล้วก่อนที่ Risa มา ญี่ปุ่นอีกคนก็เพิ่งกลับไป
แต่ญี่ปุ่นคนนั้นต้องยกเตียงจากห้องนอน ขึ้นไปไว้ในห้องทำงานเพื่อเป็นห้องนอน Risa
นึกภาพไม่ออกเลย ว่ายกกันได้ยังไง เพราะเตียงที่นี่หนักมาก แล้วบันไดเค้าก็แคบอ่ะ คงทุลักทุเลน่าดู
BD จะรู้ไหมเนี่ย ว่าไม่ใช่แค่คนที่กรุงเทพที่วุ่นวายกับการมาของเรา
พอเรารู้ว่ามีคนลำบากเพราะการมาของเรา ยิ่งทำให้คิดว่า ต้องทำงานที่นี่ ต้องใช้ชีวิตที่นี่ให้คุ้มที่สุด
2-3 วันนี้งานยุ่งวุ่นวายมากมาย
อย่างเมื่อวันก่อนก็กลับสามทุ่มกว่า เพราะคิดว่าต้องเคลียร์ review point ให้เสร็จ
แต่เมื่อวานลูกค้าบอกจะไม่ส่ง draft งบให้เรา ถ้าเค้ายังไม่ได้คุยกับ partner (โอ้ว แล้วจะรีบปั่นไมเนี่ย)
ก็ partner คนนั้นเค้าไม่อยู่อ่ะ เลยทำให้เรามีเวลาหายใจได้อีกสองสามวัน
แต่เมื่อวานยุ่งมากมาย Conley review งานแล้ว
ตอนแรก ไม่กล้าเปิดดูไฟล์เลย เพราะคิดว่า review point เยอะแน่
แต่ก่อนกลับบ้านแอบดูนิดนึง แต่เท่าที่ดูแล้ว point ไม่มากมายเท่าที่กลัว
เลยตัดสินใจกลับบ้านตอนทุ่มกว่า เพราะว่าง่วงมากมาย
คือคืนก่อนหน้า กลับดึกยังไม่พอ มิหนำซ้ำ ยังเล่นเน็ตดึกอีก กว่าจะได้นอนก็เกือบตีสอง
เมื่อคืนกว่าจะหลับก็เที่ยงคืน วันนี้เลยตื่นมาแบบงัวเงียอีก
แต่ต้องรีบไปทำงาน เพราะมีงานกองอยู่เพียบ
แถม Conley มาบอกเมื่อวานเย็น ว่าให้ทำไรสักอย่าง แต่เราฟังไม่ทันอ่ะ
ไม่คุ้นสักทีกับสำเนียงเค้า เหมือนคนงึมงำเร็ว ๆ อ่ะ ฟังไม่ค่อยออกเลย
ตอนเช้าไปถึงออฟฟิศเลยเข้าไปถามเค้าว่าจะให้ทำอะไร
เค้าบอกว่าให้ทำ fee ของสองบริษัท คือ................งงอ่ะ เลยถามไปตรง ๆ ว่าให้ทำไง
เค้าก็บอกว่าให้ไปถาม Paul ละกัน (โอ้ว ตา Paul เนี่ย ใครอ่ะ ต้องไปหาอีก แต่ดูจากนามสกุลแล้ว คงเป็นคนจีน คงหาไม่ยาก เพราะเห็นมีผู้ชายคนเดียวที่ดูเหมือนเอเชีย)
ก่อนออกจากห้อง Conley เค้าถามว่าคิดถึงบ้านไหม จะย้ายมาอยู่ที่นี่เลยไหม
ก็เลยตอบกลับไปว่า ครอบครัวอยู่ที่นู้น แล้วก็ยิ้ม
(ตอนหลังมาคิดได้ว่า ทำไมไม่ถามไปว่า อยู่ที่นี่ ทำงานที่นี่ได้ด้วยป่าว อิอิ)
กลับมานั่งปั่นงานต่อ ก็มีแก้งบกว่าจะเสร็จก็บ่ายแล้ว
ตอนแรกคิดว่าจะไปกินข้าวกับ Pam เพราะเค้าเคยชวนว่าไปด้วยกันก็ได้
แต่เนื่องจากยุ่งเกินอ่ะ เลยเดินลงไปซื้อ teriyaki chicken sushi กับยำสาหร่ายมากินที่โต๊ะ ทำไปกินไป
อ้อ ลืมเล่า คือ Pam เนี่ยเค้าเป็นคนฮ่องกง เพิ่งเข้ามา PKF ได้อาทิตย์นึง
นั่งตรงที่เก่าที่ Kylie เคยนั่งแหละ ใกล้เราด้วย เลยคุยกันง่าย
ครั้งแรกที่เห็น กลัวอ่ะ คนไรมั่นมากกกก แล้วก็นะ คนจีนพูดเสียงดัง
แต่ที่ไหนได้ เค้าเป็นมิตรมาก ๆ ชวนเราคุยตลอด
ประกอบกับช่วงนี้ไม่ค่อยมีใครอยู่ออฟฟิศ เลยเดินมาคุยกับเรามั่ง ถามว่าไม่ชงกาแฟเหรอ สิบโมงแล้ว
(ก็อยู่ที่นี่อ่ะ ต้องกินกาแฟ ไม่งั้นเหมือนไม่มีแรงทำงาน
แต่พยายามกินแค่ช้อนเดียว ผสมไมโลเอา ช่วยให้หายหิวหายง่วงไปได้)
วันนี้ Pam มาคุยที่โต๊ะ บอกว่าแม่ไม่ให้ไปเมืองไทย เพราะว่ามีระเบิด
เราก็ว่ามีที่ใต้นี่ แต่นึกได้ว่าเมื่อสองปีก่อนช่วงปีใหม่ มันระเบิดกลางกรุงเลยนี่
เลยบอกเค้าไปตรง ๆ ว่ามันมีเหมือนกัน แต่ไม่ร้ายแรง
แต่ถ้าไม่อยากเสี่ยง ปีหน้าก็ได้ เพราะเค้ากะว่าจะไปช่วง Christmas
Pam ก็ดีนะ เค้าบอกว่าเค้าไม่กลัวอ่ะ เพราะมันไม่ระเบิดติดกันหรอก แล้วก็ยกตัวอย่างบาหลีขึ้นมา
วันนี้กะว่าไม่อยู่ดึก เลยไม่สั่งอาหาร
คือที่นี่ถ้ารู้ว่าจะอยู่ดึก สั่งอาหารได้เพราะว่าออฟฟิศเค้าจะเลี้ยงข้าวเย็น
แต่พอหกโมงกว่า ๆ เริ่มได้กลิ่นอาหารของคนอื่น เริ่มหิวคะ กลับบ้านก็ได้ เตรียมปิดคอมตอนทุ่มนึง
แต่นึกขึ้นได้เรื่อง Fee ที่ Conley ให้ทำ เลยทำใจกล้าเดินไปหา Paul เพราะเล็งแล้วว่านั่งอยู่ตรงไหน
เค้าก็ใจดีนะ เดินมาที่โต๊ะเราแล้วก็สอน
แต่คงด้วยความไม่คล่องอ่ะ เลยต้องไปหยิบ note มาแล้วก็สอนเราทำ
จริง ๆ แล้วที่ Conley ให้ทำเนี่ย คือ เอา WIP ไปทำ invoice
ต้องโหลด WIP ขึ้นมาก่อน ว่ามีเท่าไหร่ แล้วก็เข้าระบบเค้าไป create invoice
ไม่ยุ่งมาก แต่ด้วยความที่ไม่เคยทำอ่ะ เลยงง ๆ เล็กน้อย
จากที่ Paul สาธิตไปหนึ่งจ๊อบ แต่อีกจ๊อบมีปัญหาเลยต้องรอถาม Conley พรุ่งนี้
คราวนี้ที่ Paul ทำให้ดูอ่ะ ยอมรับเลยว่าตามไม่ทันเท่าไหร่
แต่ก็นะ พรุ่งนี้ค่อยงม ๆ เอาแล้วกัน เพราะนั่นมันก็เกือบสองทุ่มแล้ว หิวข้าว กลับบ้านดีกว่า
ระหว่างทางไปสถานีรถไฟ ต้องเดินนอกตึกข้ามถนนไป London Court
แล้วค่อยตัด Hay street ไปทาง Myer
เดินไปสั่นไป เพราะลมบวกกับความหนาวมาก ถึงสถานีรถไฟ ก็ตัวชาพอดี
กลับถึงบ้านยังไม่มีใครกลับ เห็น Diana ว่าจะไปรับ Jessica ซึ่งเลิกงานทุ่มนึง
ด้วยความหิวมากของเรา เลยต้มมาม่าใส่ผัก แล้วก็กินกับไก่อบที่เหลือจากเมื่อคืน พอหายหิวไปได้
หมดไปอีกวัน กับวันยุ่ง ๆ แต่รู้สึกดีที่ยุ่งมากกว่านั่งว่างไม่มีไรทำ
อาทิตย์นี้ไม่ต้องไปลูกค้า เห็นลง plan ว่าต้องทำงบกับเคลียร์จ๊อบ
วันนี้เลยตื่นนอนแบบสบายใจ ไม่เร่งรีบนัก เพราะคิดว่าจะว่าง
ที่ไหนได้ Mark เอางบตัวที่สองมาให้ทำ ก็นั่งทำไปก็ยังคงงงไปอยู่
ยังทำไม่ทันเสร็จ ลูกค้าอีกจ๊อบก็ส่งเอกสารมา แต่ก็นะไม่ครบ เพราะเค้าไม่เข้าใจว่าเราจะเอาอะไร
ที่จริงมันก็ความผิดเราแหละ ที่ทำ working paper หาย พอจะขอใหม่ก็เลยยาก
แล้วก็คิดว่าต้องส่งงาน Conley สักที เพราะมัวแต่รอลูกค้าให้ส่งเอกสารครบ แล้วค่อยส่งให้ Con คงไม่ทันแน่
เลยนั่งปั่นงบของ Mark กับเคลียร์ไฟล์ นั่งวุ่นทั้งวัน
แต่วันนี้กลับบ้านเร็ว เพราะว่า Risa จะมาทานข้าวที่บ้าน
คือ Diana ก็อยากเจอแหละ เลยให้ชวนมากินข้าว
กลับบ้านถึงบ้านก็หกโมงกว่าแล้ว
Jessica ก็หิวข้าวตั้งแต่ยังไม่ทุ่ม แต่ต้องรอ Risa มาอ่ะ ถึงได้กิน
กว่าจะมาก็โน้น สองทุ่มได้ หิวกันตาลายแต่อาหารเย็นอร่อย
มื้อนี้ Diana คงเห็นว่ามีข้าวเหลือในตู้เย็นเลยเอามาผัดซ๊อส ใส่แครอทกับบล๊อคโคลี่ตามสูตร ประกอบกับไก่อบ
โอ้ว อร่อยนะนี่ ชอบ ๆๆๆๆๆๆ
อ้อ อีกเรื่อง วันนี้ Diana เปิดแชมเปญ เลยถามว่าจะเอาไหม
ตอนแรกปฎิเสธ แต่ก็อยากลองอยู่ เค้าเลยรินให้ชิมนิดนึง
ก็แปลก ๆ ดี ซ่า ๆ แต่ก็ไม่ชอบอ่ะ เหม็น
กินข้าวเสร็จ ก็นั่งคุยกันต่อ
Risa เล่าเรื่องคนที่มาคุยด้วย มีหลายชาติมาก
มีคนนึงแก่ราวปู่ มาขอเบอร์ โหนะ Diana ยังบอกเลยว่า ไว้ใจใคร อย่าคุยกับใครมาก
แล้ว Diana ก็เล่าเรื่องที่ว่า ทำไมเรากับ Risa ถึงมาอยู่พร้อมกันได้
ปกติ Diana เค้ารับเด็กทีละคน เพราะมีห้องนอนห้องเดียว คือห้องที่เราอยู่นี่แหละ
เรื่องมันมีอยู่ว่า PKF ติดต่อคนในออฟฟิศ ว่ามีใครสนใจจะรับเราเข้าไปอยู่ด้วย
เห็นว่า มีอยู่คนเดียวแต่อยู่ไกลออฟฟิศไปทางเหนือ
(คงเป็นเพราะ BD บอกหรือเปล่าไม่รู้ หรือว่า HR ที่นี่เห็นว่าไกลเลยไม่เลือกเราไปอยู่ที่นั่น)
พอดีลูกสาวเพื่อน Diana เค้าทำงานอยู่ที่นั่น เลยแนะนำ Diana ไป
PKF อ่ะ ติดต่อ Diana ตั้งแต่พฤษภาคมแล้ว (ก็ตั้งแต่รู้ว่าจะต้องมานั่นแหละ)
แต่เค้าก็เงียบไปตลอด จนกระทั่งวันศุกร์ก่อนเรามา PKF โทรมาบอกว่า เราจะมาวันจันทร์
โอ้ว........คราวนี้เรื่องมันเกิดตรงที่ Diana เค้าไปรับปาก Agent ไว้แล้วว่าจะรับ Risa เข้ามาอยู่
ทาง PKF เลยบอก Diana ว่าถ้าไม่ได้ เดี๋ยวให้เราไปอยู่ apartment ก็ได้
แต่ด้วยความใจดีของ Diana เค้าบอกว่าไม่ต้อง ให้มาอยู่ที่นี่แหละ
เค้าเลยยกห้องทำงานของเค้ากับ Jessica ทำเป็นห้องนอนให้ Risa
แล้วก็ยืมเตียงเพื่อนเค้ามาให้เรา เป็นอันลงตัว
เท่าที่ฟัง Diana เล่าเนี่ย ดูเค้าวุ่นวายไปหมดกับการมาของเรา
เพราะ Risa มาก่อนเราวันเดียว แล้วก่อนที่ Risa มา ญี่ปุ่นอีกคนก็เพิ่งกลับไป
แต่ญี่ปุ่นคนนั้นต้องยกเตียงจากห้องนอน ขึ้นไปไว้ในห้องทำงานเพื่อเป็นห้องนอน Risa
นึกภาพไม่ออกเลย ว่ายกกันได้ยังไง เพราะเตียงที่นี่หนักมาก แล้วบันไดเค้าก็แคบอ่ะ คงทุลักทุเลน่าดู
BD จะรู้ไหมเนี่ย ว่าไม่ใช่แค่คนที่กรุงเทพที่วุ่นวายกับการมาของเรา
พอเรารู้ว่ามีคนลำบากเพราะการมาของเรา ยิ่งทำให้คิดว่า ต้องทำงานที่นี่ ต้องใช้ชีวิตที่นี่ให้คุ้มที่สุด
ตื่นมาแบบงัวเงียอ่ะ ก็เมื่อคืนเล่นซะดึก
ตอนแรกกะว่าจะออกจากบ้าน 9 โมง กลายเป็นว่าตื่นมาก็ 9 โมงครึ่งแล้ว
กว่าจะกินอาหารเช้า กับเตรียมอาหารกลางวัน ก็ 10 โมงครึ่ง
การเดินทางวันนี้เตรียมตัวมาอย่างดี
เติมตัง SmartRider แล้ว คงมีพอที่จะต่อรถไปไหนมาไหนได้
เบอร์รถ เวลาที่รถวิ่ง กับเบอร์ป้ายรถเมล์ก็มี
แผนที่รถไฟสายที่จะไป Scarborough ก็มี
เหมือนจะมีทุกอย่างพร้อมนะ จะขาดแต่ก็แผนที่จากป้ายรถไปหาดอ่ะ หาไม่ได้
ไป Scarborough beach มันต้องไปขึ้นรถไฟสาย Clarkson ที่ Perth Station หน่ะ
พอไปถึง รถไฟก็ใกล้จะออกพอดี ตอนนั้นก็ 11 โมงได้แล้ว
ก่อนขึ้นรถไฟ ก็แอบไปหยิบตารางรถบัสมาเพียบ แต่หาที่จาก Scarborough ไป Hillarys ไม่ได้
แต่ก็นะ เอาเหอะ จดเบอร์รถมาแล้ว ป้ายที่จะขึ้นมาแล้ว จะกลัวไร อิอิ
(ชอบ Perth อย่างนึงตรงที่เวลาไปไหนมาไหน ไม่ยากเหมือนบ้านเรา
ถ้าจะเดินทางก็เข้าไป www.transperth.wa.com.au แล้วก็เลือกที่เราจะไป
มันจะบอกหมดว่า ขึ้นรถไฟ ต่อรถบัส เดินอีกเมตรถึงจะถึง
ต้องออกเดินทางเมื่อไหร่ เพื่อให้ไปถึงเวลาที่เรากำหนด หรือไม่ต้องรอรถนาน
ทุกอย่างสะดวกหมดนะ แต่ไม่ดีตรงที่เวปนี้โหลดนานเหลือเกิน)
ไป Scarborough มันลงได้ 2 สถานี คือ Glendalough หรือไม่ก็ Strling
แต่เราเลือก Glendalough เพราะมันถูกว่า อิอิ คือมันอยู่ zone1 เสียแค่ 1.87
แต่ถ้า zone 2 มันต้องเสีย 2.89 ต่างกันตั้งเกือบสามสิบบาทอ่ะ
ถึงสถานีก็รอรถไม่เกิน 5 นาที ไปถึงก็ดูที่ป้ายรถเลย มันจะมีบอกว่า รถสายไหนวิ่งผ่านบ้าง
แต่ละสายจอดที่ไหน มากี่โมง มีให้บริการวันธรรมดาหรือเสาร์อาทิตย์
มันดูง่ายตรงที่สถานีนี้ มีรถผ่านแค่ 2 3 สายหน่ะ
สาย 400 คือ เป้าหมาย ตามข้อมูลที่มีอยู่ แต่พอดูป้ายแล้วก็มีอีกสายที่ไปได้เหมือนกัน
พอดีอีกสายมาก่อนเลยลองเสี่ยงขึ้น ก็เลือกที่นั่งหลังเกือบสุดหน่ะ เพราะไม่มีคนขึ้นเท่าไหร่
ที่นั่งหลังเพราะจะได้ดูคนอื่นว่าเค้าลงกันตรงไหน จะได้ถ่ายรูปแบบไม่อาย อิอิ
รถสายนี้ก็วิ่งตาม Scarborough beach drive ตอนแรกคิดว่ามันจะวิ่งเลียบหาดไป
ที่ไหนได้ มันวิ่งผ่าน Osbourne ก็ที่เคยมาทำงานนั่นแหละ
นั่งไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเลย ถึงและ
แต่ตอนถึงเนี่ยไม่รู้เรื่อง งงคะ เพราะรถจอดนาน นึกว่าจอดรับคนแล้วเดี๋ยวไป
แต่มีสามคนเค้าเดินไปถามคนขับว่าถึงยัง เค้าบอกว่านี่แหละ
คราวนี้ สามคนที่เป็นฝรั่ง กับเกาหลีอีกสองที่นั่งหน้าเราลงกันหมด เลยลงแล้วเดินตรงไป
ไม่เกินสองนาทีก็เห็นทะเล โอ้ว......................
วันนี้อากาศเย็นมาก ลมแรง ฟ้าไม่สดใส เมฆเยอะ
แต่ที่นี่ก็ยังสวยอ่ะ เราเห็นครั้งแรก ชอบมากกว่าที่ Cottesloe อีก
เพราะมีที่นั่งทำเป็นอัศจรรย์รูปครึ่งวงกลม ใหญ่มาก
ถ้ามีแข่งวอลเลย์ชายหาด ที่นี่คงเป็นที่จัดได้สบาย ๆ
บรรยากาศที่นี่ อธิบายยากอ่ะ แต่ชอบมาก (ไว้เอารูปไปอวด)
เดินถ่ายรูปไปมาสักพัก ก็เริ่มรู้สึกว่าถึงเวลากินข้าวกลางวันและ ทั้ง ๆ ที่เพิ่งกินมาไม่เกิน 2 ชั่วโมงเนี่ย
เลยเอาอาหารกลางวันออกมานั่งกินตรงอัศจรรย์นั่นแหละ
หนาวน่าดูอ่ะ เพราะวันนี้ไม่ได้ใส่เสื้อหนามาด้วย เพราะคิดว่ามาทะเล กลัวแดดร้อนแล้วต้องแบกเสื้อ
ก็เลยต้องนั่งกินไป สั่นไป
อาหารกลางวันวันนี้ก็เป็นก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ที่ทำเมื่อคืน
จริง ๆ แล้วต้องใช้เส้นใหญ่ แต่ไม่มี เลยใช้เส้นเล็กที่หนากว่าปกติ ซึ่งคนที่นี่เค้าเอาไว้ทำผัดไทกัน
ซ๊อสศรีราชาแบบเผ็ดน้อยก็หาซื้อไม่ได้ ที่ได้มาก็เป็นของสิงคโปร์ ซึ่งกลิ่นพริกแรงมาก
น้ำปลาหมดคะ ไม่ได้ซื้อ เลยต้องใช้ teriyaki sauce แทน
แล้วก็อีก ผักหอมหาไม่ได้ที่นี่ เลยใช้ผักที่เค้าใช้กินกับสลัดหน่ะ
มีคนถามว่ามันคั่วไก่ตรงไหน ?????
เออ คิดเค้าข้างตัวเอง มันก็มีไก่ เส้น(ที่ดูเหมือนจะ)ใหญ่ กับไข่ มันก็เหมือนกันแหละ อิอิ
กินเสร็จ ก็นั่งไม่ไหวและ ลมแรง หนาวเกิน
เดินไปเดินมาสักพัก ก็บ่ายสองนิด ๆ คงถึงเวลาที่ต้องไป Hillarys Boat Harbour
เดินกลับไปป้ายเดิม ก็มีรถเบอร์ 458 ที่เขียนหน้ารถว่าไป Hillarys
แต่เหลือเวลาอีก 5-10 นาที เลยวิ่งเข้าไปดู supermarket เพราะไม่อยากนั่งรอบนรถ
ได้นมช๊อคโกแลตกลับมา อิอิ
จริง ๆ แล้วไม่ได้หิวเลย เพราะคั่วไก่ที่เอามาเยอะเหลือเกิน แต่จะซื้อ Chill เพราะมันลดราคา
บังเอิญเหลือบไปเห็นอีกยี่ห้อ ขวดสวย เหมือนขวดน้ำพวกนักกีฬาอ่ะ ที่ต้องบีบใส่ปาก
จ่ายไป 2.39 ดูเหมือนจะถูก แต่ตีเป็นเงินไทยแล้ว ซื้อได้สองลิตรเลยมั้งนั่น
วิ่งกลับมาขึ้นรถ เพราะถ้าพลาดคันนนี้ ต้องรออีกชั่วโมง
ขึ้นไปก็ใช้ SmartRider tag on ไป ยังไม่รู้ว่าไปที่นั่น เสียเท่าไหร่
รถคันนี้วิ่งตามถนนสาย West Coast Drive ซึ่งเลียบชายหาด
Cottesloe beach Scarborough beach กับ Hillarys Boat Harbour เนี่ยอยู่ฝั่งเดียวกันไล่ขึ้นไปทางเหนือ
แถว ๆ นี้เค้าเรียกว่า Sunset Coast อ่ะ เป็นหาดยาวหลายหาดติดกัน ซึ่งติดกับมหาสมุทรอินเดีย
ทั้งรถมีเราอยู่คนเดียวอ่ะ จนถึง Hillarys ก็ไม่มีใครขึ้น
ถึง Hillarys ก็ไม่รู้หรอกว่าถึงแล้ว รู้แต่ว่าเห็นรถเยอะมาก
แล้วหาดก็สวย มีหินก้อนใหญ่กั้นเป็นแนวยาว
กะว่าใช่ไม่ใช่ก็ลงป้ายหน้านี่แหละ ซึ่งโชคดีมากว่ามันถูกป้าย อิอิ
ตอนลงจะดูว่าเสียไปกี่ตัง เพราะอยู่ที่นี่เราจดค่าใช้จ่ายตลอดอ่ะ
ปรากฎว่า No charge โอ้ว.........ดีประหยัด
บรรยากาศ พร้อมทั้งภาพที่เห็นยากเกินจะบรรยาย ไว้เอารูปไปให้ดูแล้วกัน
มีสนามเด็กเล่น มีท่าเรือ มีหาดเล็ก ๆ โอ้ว...........ชอบอีกแล้ว
ตอนแรกกะว่าจะเดินไป Sorrento Beach ก่อน (มันคือหาดที่เห็นว่าสวยปะกี้นั่นแหละ)
แต่ระหว่างทาง เห็นมีร้านขายของมากมาย
ชะงักไปตรงร้านขายของที่ระลึกแหละ เพราะเป็นแม่ลูกคู่หนึ่งกำลังเลือกโปสการ์ดอยู่
เค้าพูดว่า 10 แผ่น 2 เหรียญ เราเลยปรี่เข้าไปดูมั่ง อิอิ
จริง ๆ แล้วไม่อยากได้เท่าไหร่หรอก แต่ก็นะมันไม่แพงเลยซื้อกลับมา
เดินมั่ว ๆ ไปก็ถึงท่าเรือใหญ่ ก็รู้และ ว่าที่นี่แหละ Hillarys Boat Harbour
แต่ข้างนอกหนาวเกิน เลยเดินเข้าไปดูตามร้าน
มีร้านขายของเยอะแยะ ของที่ระลึก ร้าน Australian shop ที่ขายของที่ทำในออสเตรเรีย
คือที่นี่ถ้าอันไหนทำที่ออสเตรเรียนะ เค้าจะมีป้ายบอกใหญ่มาก
แล้วถ้ายิ่งทำใน Western Australia นะ จะมีป้าย WA ตามผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ไม่เว้นแม้แต่นม หรือเนื้อสัตว์
มีร้านนึงเราชอบมาก เป็น gift shop ขายของนำเข้ามั้ง ร้านน่ารัก ของน่ารัก แต่แพงอ่ะ เลยได้แต่ดู
เดินร้านขายของหมด ก็กะจะเดินไป Sorrento beach และ
ระหว่างทางเจอเคาเตอร์จองทัวร์ มีอยู่อันน่าสนใจ Whale Watching 45 เหรียญ
ถ้าเป็น concession คือ ผู้สูงอายุ นักโทษ VIP, YHA membership จะได้ลดเหลือ 38 เหรียญ
ตอนนี้มันยังไม่เปิดเพราะยังไม่ถึงฤดู คือว่าถ้าดูปลาวาฬ หรือโลมาเนี่ย เค้าจะไม่มีตอนเดือน 6 - 8
ระหว่างนี้ก็เก็บข้อมูลไปก่อน ว่าจะไปไหนบ้างกับอาทิตย์ที่เหลืออยู่ที่นี่
เดินไปไม่นานก็เห็น Aqwa คือมันเป็น Aquarium of Western Australia อ่ะ
เห็น Jessica บอกว่าน่าไป เลยเดินเข้าไปดูซะหน่อยว่ามันเท่าไหร่
เห็นผู้หญิงสามคนเค้าซื้อตั๋วแบบปกติ คือ 25 เหรียญเข้าได้ครั้งเดียว
ตอนแรกว่าจะยังไม่เข้า กะว่าจะมาพร้อมพี่เอ๋ แต่คิดอีกทีเข้าเลยดีกว่า
งงตัวเอง ชอบซื้อไรเผื่อ แต่ก็นะ ซื้อตั๋วแบบ Ocean Pass จ่าย 27 เหรียญครั้งแรก
พอครั้งที่ 2 กับ 3 จ่ายแค่ 17.5 แล้วครั้งที่ 4 ฟรี โอ้ว......คุ้ม ซื้อคะ
เข้าไปตอนแรกคิดว่าจะคุ้มไหมเนี่ย ตู้ด้านหน้าสวยมากกกกกกกกก
เดินไปถ่ายรูปตลอดเลย เผื่อว่ามาครั้งเดียว ถ่ายทุกตู้ ทุกป้ายที่เขียนอธิบาย
เดินไปซักพัก ก็จะเป็นตู้ปลาขนาดใหญ่ (ไม่รู้เหมือน Siam Ocean World ป่าว ไม่เคยไป)
มีสายพานวนรอบให้ยืนแล้วมองไปรอบ ๆ ใช้เวลาวนรอบประมาณ 5-10 นาที
มีปลาเล็กปลาน้อย เต่าทะเล มีฉลามตัวใหญ่หลายตัวอยู่ มีปลากระเบนซึ่งใหญ่มากกกกกกกกก
(อันนี้พยายามถ่ายรูป แต่ไม่ไหวอ่ะ ภาพไหวตลอด อดเก็บรูปสวย ๆ ไปฝาก)
เดินต่อไป ก็เพิ่งรู้ว่าตู้ปลาใหญ่นั่นเป็น highlight ถึงจะเก่าหน่อยแล้วก็สวยอลังการมาก
แต่ไม่ใช่ว่าตู้อื่นไม่ดีนะ ตู้อื่นก็สวยไม่แพ้กัน
ดูไปก็รู้สึกว่าคุ้มแล้วอ่ะ กับ 27 เหรียญที่จ่ายไป
เดินออกจากที่ร่ม มันจะเป็นชั้นสองของ Aqwa
มีบ่อปลาให้จับ แต่เราไม่สน หันไปสนใจทะเลมากกว่า คือมองจากมุมนี้สวยมากกก
เห็น Sorrento beach ยาว แต่ก็อย่างว่า ถ่ายรูปออกมาก็ไม่สวย เพราะเมฆเยอะมาก ฟ้าครึ้มมาเลย
เดินถัดไป ก็มีบ่อน้ำใหญ่ มันทำให้เราต้องเดินไปดูว่ามันคืออะไร
แล้วก็เห็นแมวน้ำยืนอยู่ พอเดินไปอีกด้านนึง มันคงเห็นหน้าเราแหละ คราวนี้ทำหน้าเหม็นเบื่อ แล้วก็นอนหลับตา
โอ้ว ....... อะไรเนี่ย จ่ายตังมาดูนะ ทำไมทำกันอย่างงี้
เดินก็มีทางลง เข้าเขียนว่า ดูแมวน้ำจากด้านล่าง
พอลงไปแล้วจะเห็นตู้กระจก ที่จะมองเห็นแมวน้ำดำน้ำเล่น
ก็มีคนนั่งเล่นกับแมวน้ำอยู่ อือ ตัวนี้เป็นมิตรมาก น่ารักมากกกกกกกกกก
นั่งดูสักพัก ก็เดินต่อ เพราะไม่รู้ว่ามีไรอีกไหม
ตอนแรกนึกว่าหมดแล้ว แต่มันมีทางเป็นสะพานเดินไปทางทะเล ก็คิดว่าจะลงไปหาด
ที่ไหนได้ มันมีเป็นสวน เป็นสระน้ำ มีน้ำตกเล็ก ๆ
แล้วก็มีคนเดินมาอธิบายให้ฟังว่ามันเพิ่งออกลูก แล้วก็พาเราไปดู stingray (ปลากระเบนป่ะ ไม่รู้เหมือนกัน แต่รูปร่างเหมือน)
โทษทีคะ ฟังไม่รู้เรื่องหรอก อยากถ่ายรูปรอบ ๆ มากกว่า
พอเค้าพูดเสร็จ ขอบคุณแล้วก็ถามถึงเวลาปิด เพราะไม่เห็นมีคนแล้ว (ตอนแรกนึกว่าเค้ามาไล่ด้วยซ้ำ)
ตอนนั้นก็ 4.40 แล้ว เค้าจะปิด 5 โมง เลยรีบถ่ายรูปแล้วรีบเดินต่อ เผื่อมีไร
จริง ๆ ก็หมดแล้วแหละ แต่ไปแวะอีกทีตรงที่ร้านขายของที่ระลึกของ Aqwa
แรก ๆ ไม่คิดว่าจะซื้อ แต่ก็นะ มาแล้วประทับใจ ยังไงก็ต้องซื้อไรกลับไปมั่ง
ปรากฎว่า ได้ผ้าเช็ดมือมาสองผืนกับ magnet มาหนึ่งอัน
โอ้ว.........แพงเหมือนกันนะนี่ แต่ช่างเหอะ ประทับใจ ชอบที่นี่เลยซื้อไรมั่ง
ออกจาก Aqwa แล้วก็เดินเลาะ กะหาทางกลับและ เดี๋ยวจะดึกเกิน
แต่ระหว่างทางก็เดินถ่ายรูปไป ก็ตามก้อนหินก้อนใหญ่ที่กั้นยาวเป็นแนวนั่นแหละ
ก็มีคนนั่งตกปลากันอยู่สองสามคน เราเดินไปก็ถ่ายรูปไปจนถึงถนนใหญ่
ฟ้าเริ่มมืด เลยรีบเดินกลับไปป้ายรถเมล์ป้ายเดิม ไม่มั่วไปทางอื่นแล้ว เอาชัวร์
ฟ้าที่นี่มืดเร็วมากอ่ะ บางทีแค่สิบนาทีแสงหมด มืดมาก
กลัวกลับไม่ถูกด้วยอ่ะ เลยรีบจ้ำซะ
พอดีเห็นรถคันนึงจอดอยู่บอกว่าไป Greenwood Station
แต่มันไม่ดีตรงที่เราไม่ได้รอสายนี้อ่ะดิ เรารอ 423 แต่มันจาอีกทีก็เกือบ 6 โมง
ดูจากแผนที่แล้ว Greenwood Station เป็นสถานีรถไฟสาย Clarkson นั่นแหละ มันคงทำให้เรากลับบ้านได้ เลยเดินไปถามคนขับ เค้าบอกไปสถานีรถไฟ Greenwood เลยขึ้นอ่ะ
ระหว่างนั้นก็มีผู้หญิงสามคน (ที่เจอใน Aqwa นั่นแหละ) ขึ้นรถมาด้วยกัน
ใช้ SmartRider เหมือนเคย
ถึงสถานีก็ใจชื้นและ ยังไงก็กลับบ้านถูก
กลับถึง Perth เกือบหกโมง กะว่าจะขึ้น Yellow CAT จะไป IGA
ปรากฎว่า คันสุดท้ายมันหมดที่ Perth Station ทำให้เราต้องกลับไปขึ้นรถไฟเหมือนเดิม
หมดไปอีกวัน วันนี้รู้สึกเที่ยวคุ้ม อิ่ม ประทับใจอย่างบอกไม่ถูกอ่ะ
กลับบ้านก็เพิ่งนึกได้ว่า ในตู้เย็นไม่เหลือไรแล้วนี่
ค้นตู้เย็นอยู่สักพัก แล้วก็เริ่มคิดว่าจะกินไรดีกับของที่มีอยู่
ได้ปลาแช่แข็งมาชิ้นใหญ่ ในตู้กับข้าวมีผักกระป๋องที่ซื้อไว้
อาหารเย็นที่ได้มาคือ ข้าวกับน้ำแกงผักกระป๋อง พร้อมกับปลาลวกจิ้ม
ปัญหาคือ น้ำปลาหมดยังไม่ได้ซื้อ ใช้ไรจิ้มอ่ะ
มีแต่ teriyaki sauce ................เอ้าลอง ก็ใส่ซ๊อสบีบมะนาว อื้ม...............ใช้ได้
คืนนี้ เป็นเจ้าของบ้านเหมือนเคย เพราะ Jessica ไม่กลับบ้าน
คาดว่าพรุ่งนี้บ่าย ๆ คงกลับ เพราะนัดกันไว้ว่าจะไปรับ Diana กัน
พรุ่งนี้วันหยุด ไม่ได้ไปไหน คืนนี้เลยนั่งเล่นเน็ตจนดึกตามเคยยยยยยยยยยย
2-3 วันนี้งานยุ่งวุ่นวายมากมาย
อย่างเมื่อวันก่อนก็กลับสามทุ่มกว่า เพราะคิดว่าต้องเคลียร์ review point ให้เสร็จ
แต่เมื่อวานลูกค้าบอกจะไม่ส่ง draft งบให้เรา ถ้าเค้ายังไม่ได้คุยกับ partner (โอ้ว แล้วจะรีบปั่นไมเนี่ย)
ก็ partner คนนั้นเค้าไม่อยู่อ่ะ เลยทำให้เรามีเวลาหายใจได้อีกสองสามวัน
แต่เมื่อวานยุ่งมากมาย Conley review งานแล้ว
ตอนแรก ไม่กล้าเปิดดูไฟล์เลย เพราะคิดว่า review point เยอะแน่
แต่ก่อนกลับบ้านแอบดูนิดนึง แต่เท่าที่ดูแล้ว point ไม่มากมายเท่าที่กลัว
เลยตัดสินใจกลับบ้านตอนทุ่มกว่า เพราะว่าง่วงมากมาย
คือคืนก่อนหน้า กลับดึกยังไม่พอ มิหนำซ้ำ ยังเล่นเน็ตดึกอีก กว่าจะได้นอนก็เกือบตีสอง
เมื่อคืนกว่าจะหลับก็เที่ยงคืน วันนี้เลยตื่นมาแบบงัวเงียอีก
แต่ต้องรีบไปทำงาน เพราะมีงานกองอยู่เพียบ
แถม Conley มาบอกเมื่อวานเย็น ว่าให้ทำไรสักอย่าง แต่เราฟังไม่ทันอ่ะ
ไม่คุ้นสักทีกับสำเนียงเค้า เหมือนคนงึมงำเร็ว ๆ อ่ะ ฟังไม่ค่อยออกเลย
ตอนเช้าไปถึงออฟฟิศเลยเข้าไปถามเค้าว่าจะให้ทำอะไร
เค้าบอกว่าให้ทำ fee ของสองบริษัท คือ................งงอ่ะ เลยถามไปตรง ๆ ว่าให้ทำไง
เค้าก็บอกว่าให้ไปถาม Paul ละกัน (โอ้ว ตา Paul เนี่ย ใครอ่ะ ต้องไปหาอีก แต่ดูจากนามสกุลแล้ว คงเป็นคนจีน คงหาไม่ยาก เพราะเห็นมีผู้ชายคนเดียวที่ดูเหมือนเอเชีย)
ก่อนออกจากห้อง Conley เค้าถามว่าคิดถึงบ้านไหม จะย้ายมาอยู่ที่นี่เลยไหม
ก็เลยตอบกลับไปว่า ครอบครัวอยู่ที่นู้น แล้วก็ยิ้ม
(ตอนหลังมาคิดได้ว่า ทำไมไม่ถามไปว่า อยู่ที่นี่ ทำงานที่นี่ได้ด้วยป่าว อิอิ)
กลับมานั่งปั่นงานต่อ ก็มีแก้งบกว่าจะเสร็จก็บ่ายแล้ว
ตอนแรกคิดว่าจะไปกินข้าวกับ Pam เพราะเค้าเคยชวนว่าไปด้วยกันก็ได้
แต่เนื่องจากยุ่งเกินอ่ะ เลยเดินลงไปซื้อ teriyaki chicken sushi กับยำสาหร่ายมากินที่โต๊ะ ทำไปกินไป
อ้อ ลืมเล่า คือ Pam เนี่ยเค้าเป็นคนฮ่องกง เพิ่งเข้ามา PKF ได้อาทิตย์นึง
นั่งตรงที่เก่าที่ Kylie เคยนั่งแหละ ใกล้เราด้วย เลยคุยกันง่าย
ครั้งแรกที่เห็น กลัวอ่ะ คนไรมั่นมากกกก แล้วก็นะ คนจีนพูดเสียงดัง
แต่ที่ไหนได้ เค้าเป็นมิตรมาก ๆ ชวนเราคุยตลอด
ประกอบกับช่วงนี้ไม่ค่อยมีใครอยู่ออฟฟิศ เลยเดินมาคุยกับเรามั่ง ถามว่าไม่ชงกาแฟเหรอ สิบโมงแล้ว
(ก็อยู่ที่นี่อ่ะ ต้องกินกาแฟ ไม่งั้นเหมือนไม่มีแรงทำงาน
แต่พยายามกินแค่ช้อนเดียว ผสมไมโลเอา ช่วยให้หายหิวหายง่วงไปได้)
วันนี้ Pam มาคุยที่โต๊ะ บอกว่าแม่ไม่ให้ไปเมืองไทย เพราะว่ามีระเบิด
เราก็ว่ามีที่ใต้นี่ แต่นึกได้ว่าเมื่อสองปีก่อนช่วงปีใหม่ มันระเบิดกลางกรุงเลยนี่
เลยบอกเค้าไปตรง ๆ ว่ามันมีเหมือนกัน แต่ไม่ร้ายแรง
แต่ถ้าไม่อยากเสี่ยง ปีหน้าก็ได้ เพราะเค้ากะว่าจะไปช่วง Christmas
Pam ก็ดีนะ เค้าบอกว่าเค้าไม่กลัวอ่ะ เพราะมันไม่ระเบิดติดกันหรอก แล้วก็ยกตัวอย่างบาหลีขึ้นมา
วันนี้กะว่าไม่อยู่ดึก เลยไม่สั่งอาหาร
คือที่นี่ถ้ารู้ว่าจะอยู่ดึก สั่งอาหารได้เพราะว่าออฟฟิศเค้าจะเลี้ยงข้าวเย็น
แต่พอหกโมงกว่า ๆ เริ่มได้กลิ่นอาหารของคนอื่น เริ่มหิวคะ กลับบ้านก็ได้ เตรียมปิดคอมตอนทุ่มนึง
แต่นึกขึ้นได้เรื่อง Fee ที่ Conley ให้ทำ เลยทำใจกล้าเดินไปหา Paul เพราะเล็งแล้วว่านั่งอยู่ตรงไหน
เค้าก็ใจดีนะ เดินมาที่โต๊ะเราแล้วก็สอน
แต่คงด้วยความไม่คล่องอ่ะ เลยต้องไปหยิบ note มาแล้วก็สอนเราทำ
จริง ๆ แล้วที่ Conley ให้ทำเนี่ย คือ เอา WIP ไปทำ invoice
ต้องโหลด WIP ขึ้นมาก่อน ว่ามีเท่าไหร่ แล้วก็เข้าระบบเค้าไป create invoice
ไม่ยุ่งมาก แต่ด้วยความที่ไม่เคยทำอ่ะ เลยงง ๆ เล็กน้อย
จากที่ Paul สาธิตไปหนึ่งจ๊อบ แต่อีกจ๊อบมีปัญหาเลยต้องรอถาม Conley พรุ่งนี้
คราวนี้ที่ Paul ทำให้ดูอ่ะ ยอมรับเลยว่าตามไม่ทันเท่าไหร่
แต่ก็นะ พรุ่งนี้ค่อยงม ๆ เอาแล้วกัน เพราะนั่นมันก็เกือบสองทุ่มแล้ว หิวข้าว กลับบ้านดีกว่า
ระหว่างทางไปสถานีรถไฟ ต้องเดินนอกตึกข้ามถนนไป London Court
แล้วค่อยตัด Hay street ไปทาง Myer
เดินไปสั่นไป เพราะลมบวกกับความหนาวมาก ถึงสถานีรถไฟ ก็ตัวชาพอดี
กลับถึงบ้านยังไม่มีใครกลับ เห็น Diana ว่าจะไปรับ Jessica ซึ่งเลิกงานทุ่มนึง
ด้วยความหิวมากของเรา เลยต้มมาม่าใส่ผัก แล้วก็กินกับไก่อบที่เหลือจากเมื่อคืน พอหายหิวไปได้
หมดไปอีกวัน กับวันยุ่ง ๆ แต่รู้สึกดีที่ยุ่งมากกว่านั่งว่างไม่มีไรทำ
อาทิตย์นี้ไม่ต้องไปลูกค้า เห็นลง plan ว่าต้องทำงบกับเคลียร์จ๊อบ
วันนี้เลยตื่นนอนแบบสบายใจ ไม่เร่งรีบนัก เพราะคิดว่าจะว่าง
ที่ไหนได้ Mark เอางบตัวที่สองมาให้ทำ ก็นั่งทำไปก็ยังคงงงไปอยู่
ยังทำไม่ทันเสร็จ ลูกค้าอีกจ๊อบก็ส่งเอกสารมา แต่ก็นะไม่ครบ เพราะเค้าไม่เข้าใจว่าเราจะเอาอะไร
ที่จริงมันก็ความผิดเราแหละ ที่ทำ working paper หาย พอจะขอใหม่ก็เลยยาก
แล้วก็คิดว่าต้องส่งงาน Conley สักที เพราะมัวแต่รอลูกค้าให้ส่งเอกสารครบ แล้วค่อยส่งให้ Con คงไม่ทันแน่
เลยนั่งปั่นงบของ Mark กับเคลียร์ไฟล์ นั่งวุ่นทั้งวัน
แต่วันนี้กลับบ้านเร็ว เพราะว่า Risa จะมาทานข้าวที่บ้าน
คือ Diana ก็อยากเจอแหละ เลยให้ชวนมากินข้าว
กลับบ้านถึงบ้านก็หกโมงกว่าแล้ว
Jessica ก็หิวข้าวตั้งแต่ยังไม่ทุ่ม แต่ต้องรอ Risa มาอ่ะ ถึงได้กิน
กว่าจะมาก็โน้น สองทุ่มได้ หิวกันตาลายแต่อาหารเย็นอร่อย
มื้อนี้ Diana คงเห็นว่ามีข้าวเหลือในตู้เย็นเลยเอามาผัดซ๊อส ใส่แครอทกับบล๊อคโคลี่ตามสูตร ประกอบกับไก่อบ
โอ้ว อร่อยนะนี่ ชอบ ๆๆๆๆๆๆ
อ้อ อีกเรื่อง วันนี้ Diana เปิดแชมเปญ เลยถามว่าจะเอาไหม
ตอนแรกปฎิเสธ แต่ก็อยากลองอยู่ เค้าเลยรินให้ชิมนิดนึง
ก็แปลก ๆ ดี ซ่า ๆ แต่ก็ไม่ชอบอ่ะ เหม็น
กินข้าวเสร็จ ก็นั่งคุยกันต่อ
Risa เล่าเรื่องคนที่มาคุยด้วย มีหลายชาติมาก
มีคนนึงแก่ราวปู่ มาขอเบอร์ โหนะ Diana ยังบอกเลยว่า ไว้ใจใคร อย่าคุยกับใครมาก
แล้ว Diana ก็เล่าเรื่องที่ว่า ทำไมเรากับ Risa ถึงมาอยู่พร้อมกันได้
ปกติ Diana เค้ารับเด็กทีละคน เพราะมีห้องนอนห้องเดียว คือห้องที่เราอยู่นี่แหละ
เรื่องมันมีอยู่ว่า PKF ติดต่อคนในออฟฟิศ ว่ามีใครสนใจจะรับเราเข้าไปอยู่ด้วย
เห็นว่า มีอยู่คนเดียวแต่อยู่ไกลออฟฟิศไปทางเหนือ
(คงเป็นเพราะ BD บอกหรือเปล่าไม่รู้ หรือว่า HR ที่นี่เห็นว่าไกลเลยไม่เลือกเราไปอยู่ที่นั่น)
พอดีลูกสาวเพื่อน Diana เค้าทำงานอยู่ที่นั่น เลยแนะนำ Diana ไป
PKF อ่ะ ติดต่อ Diana ตั้งแต่พฤษภาคมแล้ว (ก็ตั้งแต่รู้ว่าจะต้องมานั่นแหละ)
แต่เค้าก็เงียบไปตลอด จนกระทั่งวันศุกร์ก่อนเรามา PKF โทรมาบอกว่า เราจะมาวันจันทร์
โอ้ว........คราวนี้เรื่องมันเกิดตรงที่ Diana เค้าไปรับปาก Agent ไว้แล้วว่าจะรับ Risa เข้ามาอยู่
ทาง PKF เลยบอก Diana ว่าถ้าไม่ได้ เดี๋ยวให้เราไปอยู่ apartment ก็ได้
แต่ด้วยความใจดีของ Diana เค้าบอกว่าไม่ต้อง ให้มาอยู่ที่นี่แหละ
เค้าเลยยกห้องทำงานของเค้ากับ Jessica ทำเป็นห้องนอนให้ Risa
แล้วก็ยืมเตียงเพื่อนเค้ามาให้เรา เป็นอันลงตัว
เท่าที่ฟัง Diana เล่าเนี่ย ดูเค้าวุ่นวายไปหมดกับการมาของเรา
เพราะ Risa มาก่อนเราวันเดียว แล้วก่อนที่ Risa มา ญี่ปุ่นอีกคนก็เพิ่งกลับไป
แต่ญี่ปุ่นคนนั้นต้องยกเตียงจากห้องนอน ขึ้นไปไว้ในห้องทำงานเพื่อเป็นห้องนอน Risa
นึกภาพไม่ออกเลย ว่ายกกันได้ยังไง เพราะเตียงที่นี่หนักมาก แล้วบันไดเค้าก็แคบอ่ะ คงทุลักทุเลน่าดู
BD จะรู้ไหมเนี่ย ว่าไม่ใช่แค่คนที่กรุงเทพที่วุ่นวายกับการมาของเรา
พอเรารู้ว่ามีคนลำบากเพราะการมาของเรา ยิ่งทำให้คิดว่า ต้องทำงานที่นี่ ต้องใช้ชีวิตที่นี่ให้คุ้มที่สุด
ตื่นมาแบบงัวเงียอ่ะ ก็เมื่อคืนเล่นซะดึก
ตอนแรกกะว่าจะออกจากบ้าน 9 โมง กลายเป็นว่าตื่นมาก็ 9 โมงครึ่งแล้ว
กว่าจะกินอาหารเช้า กับเตรียมอาหารกลางวัน ก็ 10 โมงครึ่ง
การเดินทางวันนี้เตรียมตัวมาอย่างดี
เติมตัง SmartRider แล้ว คงมีพอที่จะต่อรถไปไหนมาไหนได้
เบอร์รถ เวลาที่รถวิ่ง กับเบอร์ป้ายรถเมล์ก็มี
แผนที่รถไฟสายที่จะไป Scarborough ก็มี
เหมือนจะมีทุกอย่างพร้อมนะ จะขาดแต่ก็แผนที่จากป้ายรถไปหาดอ่ะ หาไม่ได้
ไป Scarborough beach มันต้องไปขึ้นรถไฟสาย Clarkson ที่ Perth Station หน่ะ
พอไปถึง รถไฟก็ใกล้จะออกพอดี ตอนนั้นก็ 11 โมงได้แล้ว
ก่อนขึ้นรถไฟ ก็แอบไปหยิบตารางรถบัสมาเพียบ แต่หาที่จาก Scarborough ไป Hillarys ไม่ได้
แต่ก็นะ เอาเหอะ จดเบอร์รถมาแล้ว ป้ายที่จะขึ้นมาแล้ว จะกลัวไร อิอิ
(ชอบ Perth อย่างนึงตรงที่เวลาไปไหนมาไหน ไม่ยากเหมือนบ้านเรา
ถ้าจะเดินทางก็เข้าไป www.transperth.wa.com.au แล้วก็เลือกที่เราจะไป
มันจะบอกหมดว่า ขึ้นรถไฟ ต่อรถบัส เดินอีกเมตรถึงจะถึง
ต้องออกเดินทางเมื่อไหร่ เพื่อให้ไปถึงเวลาที่เรากำหนด หรือไม่ต้องรอรถนาน
ทุกอย่างสะดวกหมดนะ แต่ไม่ดีตรงที่เวปนี้โหลดนานเหลือเกิน)
ไป Scarborough มันลงได้ 2 สถานี คือ Glendalough หรือไม่ก็ Strling
แต่เราเลือก Glendalough เพราะมันถูกว่า อิอิ คือมันอยู่ zone1 เสียแค่ 1.87
แต่ถ้า zone 2 มันต้องเสีย 2.89 ต่างกันตั้งเกือบสามสิบบาทอ่ะ
ถึงสถานีก็รอรถไม่เกิน 5 นาที ไปถึงก็ดูที่ป้ายรถเลย มันจะมีบอกว่า รถสายไหนวิ่งผ่านบ้าง
แต่ละสายจอดที่ไหน มากี่โมง มีให้บริการวันธรรมดาหรือเสาร์อาทิตย์
มันดูง่ายตรงที่สถานีนี้ มีรถผ่านแค่ 2 3 สายหน่ะ
สาย 400 คือ เป้าหมาย ตามข้อมูลที่มีอยู่ แต่พอดูป้ายแล้วก็มีอีกสายที่ไปได้เหมือนกัน
พอดีอีกสายมาก่อนเลยลองเสี่ยงขึ้น ก็เลือกที่นั่งหลังเกือบสุดหน่ะ เพราะไม่มีคนขึ้นเท่าไหร่
ที่นั่งหลังเพราะจะได้ดูคนอื่นว่าเค้าลงกันตรงไหน จะได้ถ่ายรูปแบบไม่อาย อิอิ
รถสายนี้ก็วิ่งตาม Scarborough beach drive ตอนแรกคิดว่ามันจะวิ่งเลียบหาดไป
ที่ไหนได้ มันวิ่งผ่าน Osbourne ก็ที่เคยมาทำงานนั่นแหละ
นั่งไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเลย ถึงและ
แต่ตอนถึงเนี่ยไม่รู้เรื่อง งงคะ เพราะรถจอดนาน นึกว่าจอดรับคนแล้วเดี๋ยวไป
แต่มีสามคนเค้าเดินไปถามคนขับว่าถึงยัง เค้าบอกว่านี่แหละ
คราวนี้ สามคนที่เป็นฝรั่ง กับเกาหลีอีกสองที่นั่งหน้าเราลงกันหมด เลยลงแล้วเดินตรงไป
ไม่เกินสองนาทีก็เห็นทะเล โอ้ว......................
วันนี้อากาศเย็นมาก ลมแรง ฟ้าไม่สดใส เมฆเยอะ
แต่ที่นี่ก็ยังสวยอ่ะ เราเห็นครั้งแรก ชอบมากกว่าที่ Cottesloe อีก
เพราะมีที่นั่งทำเป็นอัศจรรย์รูปครึ่งวงกลม ใหญ่มาก
ถ้ามีแข่งวอลเลย์ชายหาด ที่นี่คงเป็นที่จัดได้สบาย ๆ
บรรยากาศที่นี่ อธิบายยากอ่ะ แต่ชอบมาก (ไว้เอารูปไปอวด)
เดินถ่ายรูปไปมาสักพัก ก็เริ่มรู้สึกว่าถึงเวลากินข้าวกลางวันและ ทั้ง ๆ ที่เพิ่งกินมาไม่เกิน 2 ชั่วโมงเนี่ย
เลยเอาอาหารกลางวันออกมานั่งกินตรงอัศจรรย์นั่นแหละ
หนาวน่าดูอ่ะ เพราะวันนี้ไม่ได้ใส่เสื้อหนามาด้วย เพราะคิดว่ามาทะเล กลัวแดดร้อนแล้วต้องแบกเสื้อ
ก็เลยต้องนั่งกินไป สั่นไป
อาหารกลางวันวันนี้ก็เป็นก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ที่ทำเมื่อคืน
จริง ๆ แล้วต้องใช้เส้นใหญ่ แต่ไม่มี เลยใช้เส้นเล็กที่หนากว่าปกติ ซึ่งคนที่นี่เค้าเอาไว้ทำผัดไทกัน
ซ๊อสศรีราชาแบบเผ็ดน้อยก็หาซื้อไม่ได้ ที่ได้มาก็เป็นของสิงคโปร์ ซึ่งกลิ่นพริกแรงมาก
น้ำปลาหมดคะ ไม่ได้ซื้อ เลยต้องใช้ teriyaki sauce แทน
แล้วก็อีก ผักหอมหาไม่ได้ที่นี่ เลยใช้ผักที่เค้าใช้กินกับสลัดหน่ะ
มีคนถามว่ามันคั่วไก่ตรงไหน ?????
เออ คิดเค้าข้างตัวเอง มันก็มีไก่ เส้น(ที่ดูเหมือนจะ)ใหญ่ กับไข่ มันก็เหมือนกันแหละ อิอิ
กินเสร็จ ก็นั่งไม่ไหวและ ลมแรง หนาวเกิน
เดินไปเดินมาสักพัก ก็บ่ายสองนิด ๆ คงถึงเวลาที่ต้องไป Hillarys Boat Harbour
เดินกลับไปป้ายเดิม ก็มีรถเบอร์ 458 ที่เขียนหน้ารถว่าไป Hillarys
แต่เหลือเวลาอีก 5-10 นาที เลยวิ่งเข้าไปดู supermarket เพราะไม่อยากนั่งรอบนรถ
ได้นมช๊อคโกแลตกลับมา อิอิ
จริง ๆ แล้วไม่ได้หิวเลย เพราะคั่วไก่ที่เอามาเยอะเหลือเกิน แต่จะซื้อ Chill เพราะมันลดราคา
บังเอิญเหลือบไปเห็นอีกยี่ห้อ ขวดสวย เหมือนขวดน้ำพวกนักกีฬาอ่ะ ที่ต้องบีบใส่ปาก
จ่ายไป 2.39 ดูเหมือนจะถูก แต่ตีเป็นเงินไทยแล้ว ซื้อได้สองลิตรเลยมั้งนั่น
วิ่งกลับมาขึ้นรถ เพราะถ้าพลาดคันนนี้ ต้องรออีกชั่วโมง
ขึ้นไปก็ใช้ SmartRider tag on ไป ยังไม่รู้ว่าไปที่นั่น เสียเท่าไหร่
รถคันนี้วิ่งตามถนนสาย West Coast Drive ซึ่งเลียบชายหาด
Cottesloe beach Scarborough beach กับ Hillarys Boat Harbour เนี่ยอยู่ฝั่งเดียวกันไล่ขึ้นไปทางเหนือ
แถว ๆ นี้เค้าเรียกว่า Sunset Coast อ่ะ เป็นหาดยาวหลายหาดติดกัน ซึ่งติดกับมหาสมุทรอินเดีย
ทั้งรถมีเราอยู่คนเดียวอ่ะ จนถึง Hillarys ก็ไม่มีใครขึ้น
ถึง Hillarys ก็ไม่รู้หรอกว่าถึงแล้ว รู้แต่ว่าเห็นรถเยอะมาก
แล้วหาดก็สวย มีหินก้อนใหญ่กั้นเป็นแนวยาว
กะว่าใช่ไม่ใช่ก็ลงป้ายหน้านี่แหละ ซึ่งโชคดีมากว่ามันถูกป้าย อิอิ
ตอนลงจะดูว่าเสียไปกี่ตัง เพราะอยู่ที่นี่เราจดค่าใช้จ่ายตลอดอ่ะ
ปรากฎว่า No charge โอ้ว.........ดีประหยัด
บรรยากาศ พร้อมทั้งภาพที่เห็นยากเกินจะบรรยาย ไว้เอารูปไปให้ดูแล้วกัน
มีสนามเด็กเล่น มีท่าเรือ มีหาดเล็ก ๆ โอ้ว...........ชอบอีกแล้ว
ตอนแรกกะว่าจะเดินไป Sorrento Beach ก่อน (มันคือหาดที่เห็นว่าสวยปะกี้นั่นแหละ)
แต่ระหว่างทาง เห็นมีร้านขายของมากมาย
ชะงักไปตรงร้านขายของที่ระลึกแหละ เพราะเป็นแม่ลูกคู่หนึ่งกำลังเลือกโปสการ์ดอยู่
เค้าพูดว่า 10 แผ่น 2 เหรียญ เราเลยปรี่เข้าไปดูมั่ง อิอิ
จริง ๆ แล้วไม่อยากได้เท่าไหร่หรอก แต่ก็นะมันไม่แพงเลยซื้อกลับมา
เดินมั่ว ๆ ไปก็ถึงท่าเรือใหญ่ ก็รู้และ ว่าที่นี่แหละ Hillarys Boat Harbour
แต่ข้างนอกหนาวเกิน เลยเดินเข้าไปดูตามร้าน
มีร้านขายของเยอะแยะ ของที่ระลึก ร้าน Australian shop ที่ขายของที่ทำในออสเตรเรีย
คือที่นี่ถ้าอันไหนทำที่ออสเตรเรียนะ เค้าจะมีป้ายบอกใหญ่มาก
แล้วถ้ายิ่งทำใน Western Australia นะ จะมีป้าย WA ตามผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ไม่เว้นแม้แต่นม หรือเนื้อสัตว์
มีร้านนึงเราชอบมาก เป็น gift shop ขายของนำเข้ามั้ง ร้านน่ารัก ของน่ารัก แต่แพงอ่ะ เลยได้แต่ดู
เดินร้านขายของหมด ก็กะจะเดินไป Sorrento beach และ
ระหว่างทางเจอเคาเตอร์จองทัวร์ มีอยู่อันน่าสนใจ Whale Watching 45 เหรียญ
ถ้าเป็น concession คือ ผู้สูงอายุ นักโทษ VIP, YHA membership จะได้ลดเหลือ 38 เหรียญ
ตอนนี้มันยังไม่เปิดเพราะยังไม่ถึงฤดู คือว่าถ้าดูปลาวาฬ หรือโลมาเนี่ย เค้าจะไม่มีตอนเดือน 6 - 8
ระหว่างนี้ก็เก็บข้อมูลไปก่อน ว่าจะไปไหนบ้างกับอาทิตย์ที่เหลืออยู่ที่นี่
เดินไปไม่นานก็เห็น Aqwa คือมันเป็น Aquarium of Western Australia อ่ะ
เห็น Jessica บอกว่าน่าไป เลยเดินเข้าไปดูซะหน่อยว่ามันเท่าไหร่
เห็นผู้หญิงสามคนเค้าซื้อตั๋วแบบปกติ คือ 25 เหรียญเข้าได้ครั้งเดียว
ตอนแรกว่าจะยังไม่เข้า กะว่าจะมาพร้อมพี่เอ๋ แต่คิดอีกทีเข้าเลยดีกว่า
งงตัวเอง ชอบซื้อไรเผื่อ แต่ก็นะ ซื้อตั๋วแบบ Ocean Pass จ่าย 27 เหรียญครั้งแรก
พอครั้งที่ 2 กับ 3 จ่ายแค่ 17.5 แล้วครั้งที่ 4 ฟรี โอ้ว......คุ้ม ซื้อคะ
เข้าไปตอนแรกคิดว่าจะคุ้มไหมเนี่ย ตู้ด้านหน้าสวยมากกกกกกกกก
เดินไปถ่ายรูปตลอดเลย เผื่อว่ามาครั้งเดียว ถ่ายทุกตู้ ทุกป้ายที่เขียนอธิบาย
เดินไปซักพัก ก็จะเป็นตู้ปลาขนาดใหญ่ (ไม่รู้เหมือน Siam Ocean World ป่าว ไม่เคยไป)
มีสายพานวนรอบให้ยืนแล้วมองไปรอบ ๆ ใช้เวลาวนรอบประมาณ 5-10 นาที
มีปลาเล็กปลาน้อย เต่าทะเล มีฉลามตัวใหญ่หลายตัวอยู่ มีปลากระเบนซึ่งใหญ่มากกกกกกกกก
(อันนี้พยายามถ่ายรูป แต่ไม่ไหวอ่ะ ภาพไหวตลอด อดเก็บรูปสวย ๆ ไปฝาก)
เดินต่อไป ก็เพิ่งรู้ว่าตู้ปลาใหญ่นั่นเป็น highlight ถึงจะเก่าหน่อยแล้วก็สวยอลังการมาก
แต่ไม่ใช่ว่าตู้อื่นไม่ดีนะ ตู้อื่นก็สวยไม่แพ้กัน
ดูไปก็รู้สึกว่าคุ้มแล้วอ่ะ กับ 27 เหรียญที่จ่ายไป
เดินออกจากที่ร่ม มันจะเป็นชั้นสองของ Aqwa
มีบ่อปลาให้จับ แต่เราไม่สน หันไปสนใจทะเลมากกว่า คือมองจากมุมนี้สวยมากกก
เห็น Sorrento beach ยาว แต่ก็อย่างว่า ถ่ายรูปออกมาก็ไม่สวย เพราะเมฆเยอะมาก ฟ้าครึ้มมาเลย
เดินถัดไป ก็มีบ่อน้ำใหญ่ มันทำให้เราต้องเดินไปดูว่ามันคืออะไร
แล้วก็เห็นแมวน้ำยืนอยู่ พอเดินไปอีกด้านนึง มันคงเห็นหน้าเราแหละ คราวนี้ทำหน้าเหม็นเบื่อ แล้วก็นอนหลับตา
โอ้ว ....... อะไรเนี่ย จ่ายตังมาดูนะ ทำไมทำกันอย่างงี้
เดินก็มีทางลง เข้าเขียนว่า ดูแมวน้ำจากด้านล่าง
พอลงไปแล้วจะเห็นตู้กระจก ที่จะมองเห็นแมวน้ำดำน้ำเล่น
ก็มีคนนั่งเล่นกับแมวน้ำอยู่ อือ ตัวนี้เป็นมิตรมาก น่ารักมากกกกกกกกกก
นั่งดูสักพัก ก็เดินต่อ เพราะไม่รู้ว่ามีไรอีกไหม
ตอนแรกนึกว่าหมดแล้ว แต่มันมีทางเป็นสะพานเดินไปทางทะเล ก็คิดว่าจะลงไปหาด
ที่ไหนได้ มันมีเป็นสวน เป็นสระน้ำ มีน้ำตกเล็ก ๆ
แล้วก็มีคนเดินมาอธิบายให้ฟังว่ามันเพิ่งออกลูก แล้วก็พาเราไปดู stingray (ปลากระเบนป่ะ ไม่รู้เหมือนกัน แต่รูปร่างเหมือน)
โทษทีคะ ฟังไม่รู้เรื่องหรอก อยากถ่ายรูปรอบ ๆ มากกว่า
พอเค้าพูดเสร็จ ขอบคุณแล้วก็ถามถึงเวลาปิด เพราะไม่เห็นมีคนแล้ว (ตอนแรกนึกว่าเค้ามาไล่ด้วยซ้ำ)
ตอนนั้นก็ 4.40 แล้ว เค้าจะปิด 5 โมง เลยรีบถ่ายรูปแล้วรีบเดินต่อ เผื่อมีไร
จริง ๆ ก็หมดแล้วแหละ แต่ไปแวะอีกทีตรงที่ร้านขายของที่ระลึกของ Aqwa
แรก ๆ ไม่คิดว่าจะซื้อ แต่ก็นะ มาแล้วประทับใจ ยังไงก็ต้องซื้อไรกลับไปมั่ง
ปรากฎว่า ได้ผ้าเช็ดมือมาสองผืนกับ magnet มาหนึ่งอัน
โอ้ว.........แพงเหมือนกันนะนี่ แต่ช่างเหอะ ประทับใจ ชอบที่นี่เลยซื้อไรมั่ง
ออกจาก Aqwa แล้วก็เดินเลาะ กะหาทางกลับและ เดี๋ยวจะดึกเกิน
แต่ระหว่างทางก็เดินถ่ายรูปไป ก็ตามก้อนหินก้อนใหญ่ที่กั้นยาวเป็นแนวนั่นแหละ
ก็มีคนนั่งตกปลากันอยู่สองสามคน เราเดินไปก็ถ่ายรูปไปจนถึงถนนใหญ่
ฟ้าเริ่มมืด เลยรีบเดินกลับไปป้ายรถเมล์ป้ายเดิม ไม่มั่วไปทางอื่นแล้ว เอาชัวร์
ฟ้าที่นี่มืดเร็วมากอ่ะ บางทีแค่สิบนาทีแสงหมด มืดมาก
กลัวกลับไม่ถูกด้วยอ่ะ เลยรีบจ้ำซะ
พอดีเห็นรถคันนึงจอดอยู่บอกว่าไป Greenwood Station
แต่มันไม่ดีตรงที่เราไม่ได้รอสายนี้อ่ะดิ เรารอ 423 แต่มันจาอีกทีก็เกือบ 6 โมง
ดูจากแผนที่แล้ว Greenwood Station เป็นสถานีรถไฟสาย Clarkson นั่นแหละ มันคงทำให้เรากลับบ้านได้ เลยเดินไปถามคนขับ เค้าบอกไปสถานีรถไฟ Greenwood เลยขึ้นอ่ะ
ระหว่างนั้นก็มีผู้หญิงสามคน (ที่เจอใน Aqwa นั่นแหละ) ขึ้นรถมาด้วยกัน
ใช้ SmartRider เหมือนเคย
ถึงสถานีก็ใจชื้นและ ยังไงก็กลับบ้านถูก
กลับถึง Perth เกือบหกโมง กะว่าจะขึ้น Yellow CAT จะไป IGA
ปรากฎว่า คันสุดท้ายมันหมดที่ Perth Station ทำให้เราต้องกลับไปขึ้นรถไฟเหมือนเดิม
หมดไปอีกวัน วันนี้รู้สึกเที่ยวคุ้ม อิ่ม ประทับใจอย่างบอกไม่ถูกอ่ะ
กลับบ้านก็เพิ่งนึกได้ว่า ในตู้เย็นไม่เหลือไรแล้วนี่
ค้นตู้เย็นอยู่สักพัก แล้วก็เริ่มคิดว่าจะกินไรดีกับของที่มีอยู่
ได้ปลาแช่แข็งมาชิ้นใหญ่ ในตู้กับข้าวมีผักกระป๋องที่ซื้อไว้
อาหารเย็นที่ได้มาคือ ข้าวกับน้ำแกงผักกระป๋อง พร้อมกับปลาลวกจิ้ม
ปัญหาคือ น้ำปลาหมดยังไม่ได้ซื้อ ใช้ไรจิ้มอ่ะ
มีแต่ teriyaki sauce ................เอ้าลอง ก็ใส่ซ๊อสบีบมะนาว อื้ม...............ใช้ได้
คืนนี้ เป็นเจ้าของบ้านเหมือนเคย เพราะ Jessica ไม่กลับบ้าน
คาดว่าพรุ่งนี้บ่าย ๆ คงกลับ เพราะนัดกันไว้ว่าจะไปรับ Diana กัน
พรุ่งนี้วันหยุด ไม่ได้ไปไหน คืนนี้เลยนั่งเล่นเน็ตจนดึกตามเคยยยยยยยยยยย