Perth Royal Show
ตื่นเช้ามาแปดโมง ก็รีบอาบน้ำแต่งตัวขึ้นไปกินอาหารเช้า
Diana ทำไข่คนให้กินกับขนมปัง
ระหว่างกินไป Diana ก็ดูตื่นเต้นที่จะไปส่งเรากับ Jessica ไป Perth Royal Show
ยังไม่พอ Diana เล่าว่า Jessica ก็ตื่นเต้นที่จะได้ไป
แต่เอ........ทำไมเราไม่ค่อยตื่นเต้นอ่ะ
ออกจากบ้าน11 โมง Diana ขับรถไปส่ง วันนี้ได้นั่งรถเปิดประทุนด้วย
Diana ใจดีให้ยืมหมวก ไม่งั้นกว่าจะไปถึงมีหวังหัวกระจุย
เมื่อวานดูพยากรณ์อากาศ เห็นบอกว่าวันนี้แดดออก
แต่ไหงพอออกจากบ้านแล้ว ฟ้าครึ้ม ๆ เมฆเยอะ ๆ ยังไงก็ไม่รู้
ภาวนาอย่างเดียวว่าอย่าให้ฝนตกเลย ไม่งั้นเที่ยวไม่สนุกแน่
ขับรถไปเกือบถึง Showground Jessica ก็ลงไปกด ATM
ตอนเรานั่งรออยู่ในรถ Diana ก็ถามว่า เอาหนังสือ แผนที่เกี่ยวกับงานมาหรือเปล่า
เหอ.............ไม่ได้เอามา นึกว่า Jessica หยิบมา
แต่พอถาม Jessica เค้าก็ว่า ลืมหยิบ ตกลงเลยต้องวนรถกลับไปเอาหนังสือที่บ้านใหม่อีกรอบ
งงหล่ะสิว่าทำไมเที่ยวงานแล้วต้องมีหนังสือ
คืองานมันเป็นงานใหญ่ ถ้าเทียบขนาด ก็คงพอ ๆ กับงานกาชาดที่สวนอัมพรอ่ะ หรือไม่ก็ใหญ่กว่า
ในหนังสือ ไม่ได้บอกแค่แผนที่ แต่บอกด้วยว่าเวลาไหนมีการแสดงอะไร
Perth Royal Show เป็นงานใหญ่มากของที่นี่
ส่วนใหญ่จะเป็นการออกงานของพวกฟาร์มที่เอาผลผลิตมาให้ดู
ก็มีทั้งสัตว์แล้วก็ผลผลิตทางการเกษตรนั่นแหละ
แต่ก็ไม่ได้มีแค่นั้น มันมีการประกวดสัตว์ด้วย เหมือนที่เคยเห็นในหนังนั่นแหละ
มีทั้งหมา นก ไก่ แกะ วัว ไปจนถึงการแข่งขันหมาต้อนแกะอ่ะ
ไปถึงงานก็เกือบเที่ยง จ่ายค่าเข้าไป 22 เหรียญ
อย่างแรกที่เข้าไปเจอ ก็จะเป็นการแสดงสัตว์ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแพะ แกะ หมู
สัตว์พวกนี้จะอยู่ในคอกไม้เตี้ย ๆ แต่มีอยู่คอกนึง เค้าให้เด็ก ๆ เข้าไปจับได้ด้วย
มาคอกแรกก็ประทับใจแล้ว บ้านเราไม่เคยมีอ่ะ พอเห็นไรก็ตื่นตาตื่นใจไปหมด
เดินต่อไป จะเห็นเป็นเครื่องเล่นของเด็ก อย่างพวกม้าหมุนอ่ะ
แล้วก็มีบูตขาย showbags เห็นแล้วอยากจะปรี่เข้าไปดู
แต่ Jessica บอกไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า จะค่อยซื้อกันช่วงทุ่มถึงสามทุ่มหน่ะ
เพราะเค้าจะรอดูพลุตอนสามทุ่มแล้วค่อยกลับบ้าน
เราเลยได้แต่แอบมองเป็นระยะ ๆ ว่ามันมีอะไรที่ไหนบ้าง
Showbags มันก็คือของที่เค้าเอาหลาย ๆ อย่างมารวมใส่ถุงขายอ่ะ
ซึ่งถ้าคิดมูลค่าของในถุงแล้ว มันจะถูกกว่าซื้อแยกตามปกติ
เราแอบมี list ของ showbags ที่อยากได้ไว้เพียบ ส่วนใหญ่จะเป็นขนมเด็ก ๆ
คิดรวม ๆ แล้วมันก็ 100 เหรียญอ่ะ โอ้ว.........เยอะนะนั่น แต่เอาเหอะ ครั้งหนึ่งในชีวิต
ระหว่างวันก็เดินดูตามซุ้มไปเรื่อย ดูสัตว์ที่ประกวดแล้วก็ดูการแสดง
อาหารกลางวันมื้อนี้เลยได้กิน Red Rooster
ที่เราสั่งมันเป็น chicken rolls มันก็คล้าย ๆ ขนมปังฮอตดอกอ่ะ แต่ข้างในเป็นเศษไก่กับมายองเนส
ขอย้ำว่าเหมือนเศษไก่มาก เพราะมันเป็นไก่ฉีก ๆ อ่ะ
ลองจินตนาการว่ากินไก่ KFC แล้วพอจะกินเนื้อตรงที่ติดกระดูกต้องเลาะออกมา นั่นแหละ ตรงนั้นเลย
นั่งกินไปดูการแสดงจักรยานผาดโผน แล้วก็การแสดงม้าที่สนามใหญ่
สนามที่นั่งดูใหญ่พอควร ซึ่งปกติเค้าคงเอาไว้ดูบอล หรือไม่ก็แข่งม้าอ่ะ
อากาศเริ่มร้อน แดดเริ่มออก โอ้ว ต้องถอดเสื้อหนาวเลย ไม่ไหวแล้ว
แต่ยังโชคดีนะที่มีแว่นกันแดด นี่ยังคิดไม่ออกเลยว่าจะเป็นยังไงถ้ามาที่นี่ยังไม่มีแว่นกันแดด
บ่ายสองจะมีการแสดงที่ Jessica อยากดู
มันเป็น Kylie show ต้องเสียค่าเข้า 6 เหรียญ
ไปซื้อบัตรแล้วก็ยืนรอตั้งแต่บ่ายโมงสี่สิบ เพราะ Jessica กลัวว่าจะไม่ได้นั่งที่ดี ๆ
ฝรั่งเนี่ยมันไม่ได้ตรงเวลากันทุกคนนะ (ดูอย่าง BD ดิ อิอิ ไปไงมาไงโดพาดพิงเฉยเลย)
คือการแสดงกว่าจะเริ่ม ก็บ่ายสองสิบห้าแล้ว
โชว์นี้เป็นเหมือนโชว์เลียนแบบการแสดงคอนเสิร์ตของ Kylie Minogue บวกกันการเดินแฟชั่นโชว์
จะว่าไปแล้วมันก็น่าเบื่อเหมือนกัน แต่เอาเหอะ รู้จักตั้งสองเพลง แถมคนร้องเสียงดี ร้องดี ให้อภัย
Jessica บอกว่า มันไม่ดีอย่างที่คิด แถมเวลารอมากกว่าเวลาแสดงอีก
ก็นะ การแสดงมันแค่ 30 45 นาทีเอง สั้นกว่าที่เราคิดไว้เยอะมาก แต่ก็ดีนะ ยาวกว่านี้คงคิดว่าเสียเวลาดู
ดูโชว์เสร็จก็ไปดูบูตใหม่ เห็น Jessica บอกว่าเพิ่งมีปีนี้
มันเป็นการแสดงเกี่ยวกับ Indonesia อ่ะ
คือคนที่นี่เค้าชอบไป Bali กัน แถมคนอินโดที่อยู่ใน Perth ก็มากอยู่
ในนั้นไม่มีไรมาก จะเห็นเป็นเรื่องเป็นราวหน่อยก็เหมือนจะมีการเต้นแบบอินโด
เห็นมีเครื่องดนตรีประจำชาติวางตั้งอยู่ มีชิ้นนึงเหมือนฆ้องบวกกับระนาดบ้านเรา
คือมันเป็นลูกฆ้องวง แต่รางไม่ได้เป็นวงอ่ะ มันเป็นรางตรง ๆ เหมือนของไทยแหละ
ไม่มีไรน่าสนใจ เดินต่อไป................
ระหว่างทาง Jessica ได้เสื้อกับกางเกงอยู่บ้านมาสองชุด
เห็นบอกว่าปีก่อนก็ได้ที่นี่แหละ มันถูก ตัวละ 15 เหรียญเอง
(อย่าคิดเป็นเงินไทยเด็ดขาด ไม่งั้นจะบอกว่าเนี่ยถูกแล้วเหรอ!!!!)
เราอาสาเอาใส่เป้แบกให้ จะได้ไม่ต้องถือให้หนัก
(แต่แบกไปสักพักก็หนักอ่ะ แต่ไม่มาก เลยไม่ได้บอก Jessica ให้ช่วยถือ อิอิ)
ที่ประทับใจของตอนบ่าย ก็มีที่ได้ดูโชว์ตัดขนแกะอ่ะ
มีสองคนตัด คนนึงเป็นเด็กหนุ่มใช้กรรไกร คงเป็นการตัดแบบโบราณ
อีกคนเป็นคนแก่หน่อย ใช้แบตเตอเลี่ยน เห็นแล้วก็สงสารแกะ ตัวเกรียนเลย
(เห็นแล้วนึกถึงคอนเน่ที่บ้านเวลาถูกตัดขน)
อีกโชว์นึงสนุกมากกกก เป็นโชว์หมาต้อนแกะ
คือเค้าจะมีการแข่งอ่ะ เค้าเลยเอามาโชว์ว่าหมาต้องทำอะไรบ้าง
มันก็จะเป็นการต้อนแกะเข้ากรง แต่มีอยู่อันมันยากตรงที่กรงมันพอดีแกะ 20 ตัว
ถ้าแกะยืนห่าง มันก็จะเข้าไปไม่หมด เราเลยได้เห็นลีลาหมากระโดดข้าม เหยียบหัวแกะ
เท่านั้นยังไม่พอ มีการโชว์ของลูกหมาที่เค้าเพี่งฝึกต้อนแกะอ่ะ
ลูกหมาเนี่ย ตัวยังไม่ถึงขาแกะเลย คิดถึงขนาดของชิตสุแล้วกัน
นั่นแหละ........ตัวเท่านั้นต้อนแกะเข้ากรง คิดดูว่ามันจะขำแค่ไหน
จากนั้นเดินผ่าน เครื่องเล่นอย่างพวก fun park อ่ะ
เราอยากเล่นอยู่หลายอัน แต่ Jessica เค้าไม่ชอบเล่น เราเลยไม่ขัด
คิดอีกทีดีเหมือนกัน เพราะเครื่องเล่นแต่ละอย่าง 8-10 เหรียญทั้งนั้นเลย เปลืองอ่ะ เปลือง.....
เดินผ่านเครื่องเล่นมา ก็ไปขึ้น carlift
มองจาก carlift ก็จะเห็นทั้งหมดของงานจากมุมสูง
ได้เห็นเครื่องเล่น ได้เห็นว่างานนี้มันใหญ่ขนาดไหน
แล้วก็อีกอย่างที่ชอบคือ เราได้มีโอกาสเห็นรุ้งกินน้ำด้วย สวยเหลือเกิน รุ้งกินน้ำบนฟ้าใส ๆ แบบนี้
หกโมงมีการแข่งวงตนตรี ถ้าเป็นบ้านเราก็เรียกว่า Coke music award
การแสดงก็ช้าตามเคย เพราะมีปัญหากับการเซ็ตเครื่องดนตรี
แต่วงเล่นดีนะ ยังเด็กอยู่เลย ดูแล้วอายุไม่น่าเกิน 15 แต่เล่นมันมากกกกกก
ดูได้วงเดียวก็เดินออกมา เพราะ Jessica คงกลัวเราไม่ได้ showbags ตามที่ต้องการ
แต่เค้าหิวอ่ะ เลยเดินไปซื้อข้าวโพดมากิน เห็น Jessica อยากกินมากมาย
ข้าวโพดที่นี่เหมือนข้าวโพดฝักละ 15 บาทบ้านเราแหละ
จะต่างกันตรงที่เค้ามีทาเนยสารพัด อย่างเช่น garlic butter, chilli butter
เราเลยลอง chilli butter โอ้ว........แปลกดี เผ็ด ๆ แต่ก็นะกินครั้งเดียวแหละ เพราะราคา 3.5 เหรียญ
นี่คงเป็นข้าวโพดที่แพงที่สุดที่เคยกินมา
จากนั้นก็เริ่มมองหาอาหารเย็น เกี่ยงกันอ่ะไม่มีใครยอมเลือก
เราก็ไม่รู้จะกินไร พอหันไปเห็น twisted chips เลยบอกว่าลองอันนี้แล้วกัน เห็นคนเยอะ
มันก็คือมันฝรั่งทอดเป็นเส้นยาว ๆ อ่ะ จะว่าไปแล้วมันก็เลี่ยนอยู่ ไม่อร่อยอย่างที่คิด
กินเสร็จก็เริ่มเดินซื้อ showbags แล้ว
เราก็เหมือนเด็ก เลยไปแล้วก็บอก Jessica แล้วเค้าก็บอกคนขายให้
ตอนแรกเรายังไม่หยิบ list หรอกกะดูไปเรื่อย ๆ ไง
แต่ Jessica คงไม่อยากเดินนาน บอกว่าเอา list มาเดี๋ยวซื้อตาม list นี้เลย
โอ้ว.........บางอย่างเห็นแล้วไม่อยากซื้อและ แพงอ่ะ มันแค่อมยิ้มกับท๊อฟฟี่ไม่กี่ชิ้น
แต่ที่ว่าไม่ซื้อก็ได้มาทั้งหมดเกือบสิบถุงนั่นแหละ
จะมีอยู่อย่างนึง คือ ช๊อคโกแลต Whittakers
เดินหากันอยู่นาน ถามใครก็ไม่มีใครรู้ว่าขายที่ไหน
จน Jessica ต้องเปิดหนังสือ ดูโฆษณาว่ามันอยู่ที่ไหน
ตอนแรกเกรงใจอ่ะ กะว่าถ้าหาไม่เจอก็ไม่เอาแล้ว
แต่ Jessica ดิ คงกลัวเราไม่ได้ของทั้งหมดที่ยากได้ พยายามหาให้ซะ กว่าจะเจอก็เล่นเอาเหนื่อย
รู้แล้วว่าทำไม Jessica ถึงให้ซื้อ showbags ท้ายสุด
เพราะนี่ขนาดถือแค่สองชั่วโมงนะ ไหล่จะหลุด
สรุปแล้วได้มา 10 ถุงพอดี เต็มไม้เต็มมือ เสียไปทั้งหมด 107 เหรียญ โอ้ว................
สองทุ่มกว่าพยายามหาที่นั่ง แต่ก็หาไม่ได้
Jessica เลยคิดว่าเดี๋ยวจะไปยืนดูพลุใกล้ ๆ ทางออกที่ Diana จะมารับ
เพราะถ้ารองานเลิกแล้วค่อยเดินไปเนี่ย คงจะเสียเวลา Diana ที่ต้องรอ
ตอนแรกเราคิดว่าคนจะดูไม่เยอะ แต่ที่ไหนได้ ถ้ากะประมาณแล้ว ก็น่าจะเป็นหมื่นอยู่
โชคไม่ดีตรงที่ระหว่างรอดูพลุ ฝนตกคะ
หาที่หลบไม่ได้ก็ยืนตากฝนไป ร่มก็ไม่ได้เอามา เมื่อยก็เมื่อย
แต่ดีอย่างฝนที่นี่ ตกไม่หนักเหมือนบ้านเรา แล้วพอนึกจะหยุด มันก็หยุดซะงั้น เลยไม่เปียกกันมากนัก
สามทุ่มการแสดงพลุเริ่มขึ้น
สวยนะ สวยดีเหมือนกัน แต่ห้ามเทียบกับงานฉลองครองราชย์ 80 ปีนะ เทียบไม่ติด
เรามีโอกาสได้ถ่ายคลิปวีดีโอมา เดี๋ยวเอาไปอวด..........
กลับบ้านด้วยความเหนื่อยล้า ถึงบ้านก็เกือบสี่ทุ่ม
แต่โชคดีที่ Diana ไปรับกลับ ยังคิดไม่ออกเลยว่า ถ้าต้องกลับรถไฟแล้วแบก showbags จะเป็นยังไง
กลับมาก็ต้องอวด Diana ว่าได้อะไรกลับมาบ้าง
คือมันเหมือนเป็นธรรมเนียมของบ้านเลย มีไรต้องโชว์ อย่างถ้าถ่ายรูปมาก็โชว์เค้า เล่าให้เค้าฟัง
กว่าจะได้กลับเข้าห้องก็เกือบห้าทุ่ม พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าอีก
แต่ก็ยังไม่วายที่จะดู showbags ทั้งหมดที่ซื้อมา แล้วก็งงกับตัวเองว่า ซื้อไรมาเนี่ย!!!!!!!!!!!
Diana ทำไข่คนให้กินกับขนมปัง
ระหว่างกินไป Diana ก็ดูตื่นเต้นที่จะไปส่งเรากับ Jessica ไป Perth Royal Show
ยังไม่พอ Diana เล่าว่า Jessica ก็ตื่นเต้นที่จะได้ไป
แต่เอ........ทำไมเราไม่ค่อยตื่นเต้นอ่ะ
ออกจากบ้าน11 โมง Diana ขับรถไปส่ง วันนี้ได้นั่งรถเปิดประทุนด้วย
Diana ใจดีให้ยืมหมวก ไม่งั้นกว่าจะไปถึงมีหวังหัวกระจุย
เมื่อวานดูพยากรณ์อากาศ เห็นบอกว่าวันนี้แดดออก
แต่ไหงพอออกจากบ้านแล้ว ฟ้าครึ้ม ๆ เมฆเยอะ ๆ ยังไงก็ไม่รู้
ภาวนาอย่างเดียวว่าอย่าให้ฝนตกเลย ไม่งั้นเที่ยวไม่สนุกแน่
ขับรถไปเกือบถึง Showground Jessica ก็ลงไปกด ATM
ตอนเรานั่งรออยู่ในรถ Diana ก็ถามว่า เอาหนังสือ แผนที่เกี่ยวกับงานมาหรือเปล่า
เหอ.............ไม่ได้เอามา นึกว่า Jessica หยิบมา
แต่พอถาม Jessica เค้าก็ว่า ลืมหยิบ ตกลงเลยต้องวนรถกลับไปเอาหนังสือที่บ้านใหม่อีกรอบ
งงหล่ะสิว่าทำไมเที่ยวงานแล้วต้องมีหนังสือ
คืองานมันเป็นงานใหญ่ ถ้าเทียบขนาด ก็คงพอ ๆ กับงานกาชาดที่สวนอัมพรอ่ะ หรือไม่ก็ใหญ่กว่า
ในหนังสือ ไม่ได้บอกแค่แผนที่ แต่บอกด้วยว่าเวลาไหนมีการแสดงอะไร
Perth Royal Show เป็นงานใหญ่มากของที่นี่
ส่วนใหญ่จะเป็นการออกงานของพวกฟาร์มที่เอาผลผลิตมาให้ดู
ก็มีทั้งสัตว์แล้วก็ผลผลิตทางการเกษตรนั่นแหละ
แต่ก็ไม่ได้มีแค่นั้น มันมีการประกวดสัตว์ด้วย เหมือนที่เคยเห็นในหนังนั่นแหละ
มีทั้งหมา นก ไก่ แกะ วัว ไปจนถึงการแข่งขันหมาต้อนแกะอ่ะ
ไปถึงงานก็เกือบเที่ยง จ่ายค่าเข้าไป 22 เหรียญ
อย่างแรกที่เข้าไปเจอ ก็จะเป็นการแสดงสัตว์ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแพะ แกะ หมู
สัตว์พวกนี้จะอยู่ในคอกไม้เตี้ย ๆ แต่มีอยู่คอกนึง เค้าให้เด็ก ๆ เข้าไปจับได้ด้วย
มาคอกแรกก็ประทับใจแล้ว บ้านเราไม่เคยมีอ่ะ พอเห็นไรก็ตื่นตาตื่นใจไปหมด
เดินต่อไป จะเห็นเป็นเครื่องเล่นของเด็ก อย่างพวกม้าหมุนอ่ะ
แล้วก็มีบูตขาย showbags เห็นแล้วอยากจะปรี่เข้าไปดู
แต่ Jessica บอกไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า จะค่อยซื้อกันช่วงทุ่มถึงสามทุ่มหน่ะ
เพราะเค้าจะรอดูพลุตอนสามทุ่มแล้วค่อยกลับบ้าน
เราเลยได้แต่แอบมองเป็นระยะ ๆ ว่ามันมีอะไรที่ไหนบ้าง
Showbags มันก็คือของที่เค้าเอาหลาย ๆ อย่างมารวมใส่ถุงขายอ่ะ
ซึ่งถ้าคิดมูลค่าของในถุงแล้ว มันจะถูกกว่าซื้อแยกตามปกติ
เราแอบมี list ของ showbags ที่อยากได้ไว้เพียบ ส่วนใหญ่จะเป็นขนมเด็ก ๆ
คิดรวม ๆ แล้วมันก็ 100 เหรียญอ่ะ โอ้ว.........เยอะนะนั่น แต่เอาเหอะ ครั้งหนึ่งในชีวิต
ระหว่างวันก็เดินดูตามซุ้มไปเรื่อย ดูสัตว์ที่ประกวดแล้วก็ดูการแสดง
อาหารกลางวันมื้อนี้เลยได้กิน Red Rooster
ที่เราสั่งมันเป็น chicken rolls มันก็คล้าย ๆ ขนมปังฮอตดอกอ่ะ แต่ข้างในเป็นเศษไก่กับมายองเนส
ขอย้ำว่าเหมือนเศษไก่มาก เพราะมันเป็นไก่ฉีก ๆ อ่ะ
ลองจินตนาการว่ากินไก่ KFC แล้วพอจะกินเนื้อตรงที่ติดกระดูกต้องเลาะออกมา นั่นแหละ ตรงนั้นเลย
นั่งกินไปดูการแสดงจักรยานผาดโผน แล้วก็การแสดงม้าที่สนามใหญ่
สนามที่นั่งดูใหญ่พอควร ซึ่งปกติเค้าคงเอาไว้ดูบอล หรือไม่ก็แข่งม้าอ่ะ
อากาศเริ่มร้อน แดดเริ่มออก โอ้ว ต้องถอดเสื้อหนาวเลย ไม่ไหวแล้ว
แต่ยังโชคดีนะที่มีแว่นกันแดด นี่ยังคิดไม่ออกเลยว่าจะเป็นยังไงถ้ามาที่นี่ยังไม่มีแว่นกันแดด
บ่ายสองจะมีการแสดงที่ Jessica อยากดู
มันเป็น Kylie show ต้องเสียค่าเข้า 6 เหรียญ
ไปซื้อบัตรแล้วก็ยืนรอตั้งแต่บ่ายโมงสี่สิบ เพราะ Jessica กลัวว่าจะไม่ได้นั่งที่ดี ๆ
ฝรั่งเนี่ยมันไม่ได้ตรงเวลากันทุกคนนะ (ดูอย่าง BD ดิ อิอิ ไปไงมาไงโดพาดพิงเฉยเลย)
คือการแสดงกว่าจะเริ่ม ก็บ่ายสองสิบห้าแล้ว
โชว์นี้เป็นเหมือนโชว์เลียนแบบการแสดงคอนเสิร์ตของ Kylie Minogue บวกกันการเดินแฟชั่นโชว์
จะว่าไปแล้วมันก็น่าเบื่อเหมือนกัน แต่เอาเหอะ รู้จักตั้งสองเพลง แถมคนร้องเสียงดี ร้องดี ให้อภัย
Jessica บอกว่า มันไม่ดีอย่างที่คิด แถมเวลารอมากกว่าเวลาแสดงอีก
ก็นะ การแสดงมันแค่ 30 45 นาทีเอง สั้นกว่าที่เราคิดไว้เยอะมาก แต่ก็ดีนะ ยาวกว่านี้คงคิดว่าเสียเวลาดู
ดูโชว์เสร็จก็ไปดูบูตใหม่ เห็น Jessica บอกว่าเพิ่งมีปีนี้
มันเป็นการแสดงเกี่ยวกับ Indonesia อ่ะ
คือคนที่นี่เค้าชอบไป Bali กัน แถมคนอินโดที่อยู่ใน Perth ก็มากอยู่
ในนั้นไม่มีไรมาก จะเห็นเป็นเรื่องเป็นราวหน่อยก็เหมือนจะมีการเต้นแบบอินโด
เห็นมีเครื่องดนตรีประจำชาติวางตั้งอยู่ มีชิ้นนึงเหมือนฆ้องบวกกับระนาดบ้านเรา
คือมันเป็นลูกฆ้องวง แต่รางไม่ได้เป็นวงอ่ะ มันเป็นรางตรง ๆ เหมือนของไทยแหละ
ไม่มีไรน่าสนใจ เดินต่อไป................
ระหว่างทาง Jessica ได้เสื้อกับกางเกงอยู่บ้านมาสองชุด
เห็นบอกว่าปีก่อนก็ได้ที่นี่แหละ มันถูก ตัวละ 15 เหรียญเอง
(อย่าคิดเป็นเงินไทยเด็ดขาด ไม่งั้นจะบอกว่าเนี่ยถูกแล้วเหรอ!!!!)
เราอาสาเอาใส่เป้แบกให้ จะได้ไม่ต้องถือให้หนัก
(แต่แบกไปสักพักก็หนักอ่ะ แต่ไม่มาก เลยไม่ได้บอก Jessica ให้ช่วยถือ อิอิ)
ที่ประทับใจของตอนบ่าย ก็มีที่ได้ดูโชว์ตัดขนแกะอ่ะ
มีสองคนตัด คนนึงเป็นเด็กหนุ่มใช้กรรไกร คงเป็นการตัดแบบโบราณ
อีกคนเป็นคนแก่หน่อย ใช้แบตเตอเลี่ยน เห็นแล้วก็สงสารแกะ ตัวเกรียนเลย
(เห็นแล้วนึกถึงคอนเน่ที่บ้านเวลาถูกตัดขน)
อีกโชว์นึงสนุกมากกกก เป็นโชว์หมาต้อนแกะ
คือเค้าจะมีการแข่งอ่ะ เค้าเลยเอามาโชว์ว่าหมาต้องทำอะไรบ้าง
มันก็จะเป็นการต้อนแกะเข้ากรง แต่มีอยู่อันมันยากตรงที่กรงมันพอดีแกะ 20 ตัว
ถ้าแกะยืนห่าง มันก็จะเข้าไปไม่หมด เราเลยได้เห็นลีลาหมากระโดดข้าม เหยียบหัวแกะ
เท่านั้นยังไม่พอ มีการโชว์ของลูกหมาที่เค้าเพี่งฝึกต้อนแกะอ่ะ
ลูกหมาเนี่ย ตัวยังไม่ถึงขาแกะเลย คิดถึงขนาดของชิตสุแล้วกัน
นั่นแหละ........ตัวเท่านั้นต้อนแกะเข้ากรง คิดดูว่ามันจะขำแค่ไหน
จากนั้นเดินผ่าน เครื่องเล่นอย่างพวก fun park อ่ะ
เราอยากเล่นอยู่หลายอัน แต่ Jessica เค้าไม่ชอบเล่น เราเลยไม่ขัด
คิดอีกทีดีเหมือนกัน เพราะเครื่องเล่นแต่ละอย่าง 8-10 เหรียญทั้งนั้นเลย เปลืองอ่ะ เปลือง.....
เดินผ่านเครื่องเล่นมา ก็ไปขึ้น carlift
มองจาก carlift ก็จะเห็นทั้งหมดของงานจากมุมสูง
ได้เห็นเครื่องเล่น ได้เห็นว่างานนี้มันใหญ่ขนาดไหน
แล้วก็อีกอย่างที่ชอบคือ เราได้มีโอกาสเห็นรุ้งกินน้ำด้วย สวยเหลือเกิน รุ้งกินน้ำบนฟ้าใส ๆ แบบนี้
หกโมงมีการแข่งวงตนตรี ถ้าเป็นบ้านเราก็เรียกว่า Coke music award
การแสดงก็ช้าตามเคย เพราะมีปัญหากับการเซ็ตเครื่องดนตรี
แต่วงเล่นดีนะ ยังเด็กอยู่เลย ดูแล้วอายุไม่น่าเกิน 15 แต่เล่นมันมากกกกกก
ดูได้วงเดียวก็เดินออกมา เพราะ Jessica คงกลัวเราไม่ได้ showbags ตามที่ต้องการ
แต่เค้าหิวอ่ะ เลยเดินไปซื้อข้าวโพดมากิน เห็น Jessica อยากกินมากมาย
ข้าวโพดที่นี่เหมือนข้าวโพดฝักละ 15 บาทบ้านเราแหละ
จะต่างกันตรงที่เค้ามีทาเนยสารพัด อย่างเช่น garlic butter, chilli butter
เราเลยลอง chilli butter โอ้ว........แปลกดี เผ็ด ๆ แต่ก็นะกินครั้งเดียวแหละ เพราะราคา 3.5 เหรียญ
นี่คงเป็นข้าวโพดที่แพงที่สุดที่เคยกินมา
จากนั้นก็เริ่มมองหาอาหารเย็น เกี่ยงกันอ่ะไม่มีใครยอมเลือก
เราก็ไม่รู้จะกินไร พอหันไปเห็น twisted chips เลยบอกว่าลองอันนี้แล้วกัน เห็นคนเยอะ
มันก็คือมันฝรั่งทอดเป็นเส้นยาว ๆ อ่ะ จะว่าไปแล้วมันก็เลี่ยนอยู่ ไม่อร่อยอย่างที่คิด
กินเสร็จก็เริ่มเดินซื้อ showbags แล้ว
เราก็เหมือนเด็ก เลยไปแล้วก็บอก Jessica แล้วเค้าก็บอกคนขายให้
ตอนแรกเรายังไม่หยิบ list หรอกกะดูไปเรื่อย ๆ ไง
แต่ Jessica คงไม่อยากเดินนาน บอกว่าเอา list มาเดี๋ยวซื้อตาม list นี้เลย
โอ้ว.........บางอย่างเห็นแล้วไม่อยากซื้อและ แพงอ่ะ มันแค่อมยิ้มกับท๊อฟฟี่ไม่กี่ชิ้น
แต่ที่ว่าไม่ซื้อก็ได้มาทั้งหมดเกือบสิบถุงนั่นแหละ
จะมีอยู่อย่างนึง คือ ช๊อคโกแลต Whittakers
เดินหากันอยู่นาน ถามใครก็ไม่มีใครรู้ว่าขายที่ไหน
จน Jessica ต้องเปิดหนังสือ ดูโฆษณาว่ามันอยู่ที่ไหน
ตอนแรกเกรงใจอ่ะ กะว่าถ้าหาไม่เจอก็ไม่เอาแล้ว
แต่ Jessica ดิ คงกลัวเราไม่ได้ของทั้งหมดที่ยากได้ พยายามหาให้ซะ กว่าจะเจอก็เล่นเอาเหนื่อย
รู้แล้วว่าทำไม Jessica ถึงให้ซื้อ showbags ท้ายสุด
เพราะนี่ขนาดถือแค่สองชั่วโมงนะ ไหล่จะหลุด
สรุปแล้วได้มา 10 ถุงพอดี เต็มไม้เต็มมือ เสียไปทั้งหมด 107 เหรียญ โอ้ว................
สองทุ่มกว่าพยายามหาที่นั่ง แต่ก็หาไม่ได้
Jessica เลยคิดว่าเดี๋ยวจะไปยืนดูพลุใกล้ ๆ ทางออกที่ Diana จะมารับ
เพราะถ้ารองานเลิกแล้วค่อยเดินไปเนี่ย คงจะเสียเวลา Diana ที่ต้องรอ
ตอนแรกเราคิดว่าคนจะดูไม่เยอะ แต่ที่ไหนได้ ถ้ากะประมาณแล้ว ก็น่าจะเป็นหมื่นอยู่
โชคไม่ดีตรงที่ระหว่างรอดูพลุ ฝนตกคะ
หาที่หลบไม่ได้ก็ยืนตากฝนไป ร่มก็ไม่ได้เอามา เมื่อยก็เมื่อย
แต่ดีอย่างฝนที่นี่ ตกไม่หนักเหมือนบ้านเรา แล้วพอนึกจะหยุด มันก็หยุดซะงั้น เลยไม่เปียกกันมากนัก
สามทุ่มการแสดงพลุเริ่มขึ้น
สวยนะ สวยดีเหมือนกัน แต่ห้ามเทียบกับงานฉลองครองราชย์ 80 ปีนะ เทียบไม่ติด
เรามีโอกาสได้ถ่ายคลิปวีดีโอมา เดี๋ยวเอาไปอวด..........
กลับบ้านด้วยความเหนื่อยล้า ถึงบ้านก็เกือบสี่ทุ่ม
แต่โชคดีที่ Diana ไปรับกลับ ยังคิดไม่ออกเลยว่า ถ้าต้องกลับรถไฟแล้วแบก showbags จะเป็นยังไง
กลับมาก็ต้องอวด Diana ว่าได้อะไรกลับมาบ้าง
คือมันเหมือนเป็นธรรมเนียมของบ้านเลย มีไรต้องโชว์ อย่างถ้าถ่ายรูปมาก็โชว์เค้า เล่าให้เค้าฟัง
กว่าจะได้กลับเข้าห้องก็เกือบห้าทุ่ม พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าอีก
แต่ก็ยังไม่วายที่จะดู showbags ทั้งหมดที่ซื้อมา แล้วก็งงกับตัวเองว่า ซื้อไรมาเนี่ย!!!!!!!!!!!
