Rockingham: Dophin Watching Tour
สะดุ้งตื่นตั้งแต่หกโมง เพราะกลัวไปขึ้นรถไม่ทัน
แต่ง่วงนะ เพราะเหนื่อยจากเมื่อวาน
นอนต่อถึงหกโมงครึ่งนั่นแหละ แล้วก็รีบลุกไปอาบน้ำแต่งตัวแล้ว
จากนั้นเห็นว่าเวลาเหลือเลยขึ้นไปทำแซนวิซเผื่อเอาไปกินในรถ
แต่ Jessica ดิ นอนอยู่หน้าทีวีอ่ะ ทำไรเสียงดังไม่ได้เดี๋ยวตื่น
แซนวิซที่ได้ เลยเป็นแค่ขนมปังทา Nutella เท่านั้น
เผ่นออกจากบ้าน 7 โมง เพราะต้องไปที่ Coach stand @ Wellington Street 7.45 เพื่อไปขึ้นรถ
ที่ขึ้นรถเนี่ย มันอยู่ติดกับ Perth station เลย ลงรถไฟแล้วเดินไปไม่ถึงห้านาทีก็ถึง
วันนี้เป็นวันหยุด รถไฟเลยมีทุกครึ่งชั่วโมง
แต่โชคดีเพราะที่เราไป มันเป็นรถรอบ 7.20 เลยทำให้ไปถึงที่นั่นก่อนเวลา
เดินไปก็เห็นคนไปรอเพียบ แต่ส่วนใหญ่เป็นของ Western Explorer อ่ะ
เป็นหนึ่งในทัวร์ที่เราอยากไป คือไป Pinnacles อ่ะ แต่สุดท้ายต้องตัดใจเพราะไม่มีเวลาแล้ว
โชคดีที่รถของเราเพิ่งมาจอดเทียบ แล้วคนขับก็ลงมายืนหา เราเลยเดินเข้าไปหาพร้อมยื่นใบจองให้
(ที่รู้ว่าเป็นรถเราเพราะเป็นคันเดียวที่เป็น Dophin watching, Rockingham)
เค้ามาที่นี่เพื่อรับเราคนเดียวเลยอ่ะ เห็นในรถมีผู้หญิงอีกสองคน
รถที่นั่งไปเป็นรถ Toyota (หน้าตาเหมือน Wish อ่ะ แต่ไม่ใช่อ่ะ)
คนขับเป็นผู้ชาย อายุไม่น่าจะเกิน 25 หรอก (คนที่นี่เค้าทำงานกันแต่เด็ก เลยไม่แปลกใจ)
ก่อนออกรถ เค้าก็แนะนำตัว เรานั่งหน้าข้างคนขับ ก็ยังฟังไม่รู้เรื่องว่าชื่อไร อิอิ
นั่งรถไป 40 นาทีก็ถึง Rockingham
สงสัยเป็นเช้าวันหยุด ที่นี่เลยเงียบ ๆ ไม่มีคนมากนัก
จะมีก็แค่นักท่องเที่ยวที่มาดูปลาโลมาเท่านั้น
ก่อนลงจากรถ คนขับบอกว่า เดี๋ยวให้ไปรอที่ท่าเรือ
ตรงนั้นมีเรือลำเล็กหนึ่งลำ (น่าจะบรรทุกคนได้ประมาณ 20-30 คนอ่ะ) แล้วก็มีลำใหญ่หนึ่งลำ
คนขับว่าเรือที่จะพาเราไปคือเรือลำเล็ก ให้ไปลงเรือเลยก็ได้
(ในใจนึกว่า จ่ายตังตั้งแพง ไหงให้ลงเรือเล็กอ่ะ
เพิ่งมารู้ทีหลังว่าลำใหญ่เค้าเอาไว้สำหรับทัวร์ swim with dolphin)
เดินไปถ่ายรูปไป แล้วก็ไม่ลืมที่จะมองหาคนที่มาด้วยเป็นระยะ (เผื่อหลงอ่ะ)
พอเห็นเค้าเดินไปใกล้ท่าเรือ ก็รีบเดินไปให้ทันจะได้ลงเรือพร้อม ๆ กัน อิอิ
นั่งรอบนเรือสักพักก็เริ่มหิวอ่ะ เลยหยิบขนมปังที่ทำมาขึ้นมากิน
ระหว่างนั้นเค้าก็มีเรียกจ่ายตังกัน (ตอนแรกฟังไม่ทันอ่ะเลยนั่งเฉย)
พอคนน้อยลง เราเลยเดินไปถามเค้าว่าของเราเท่าไหร่
ตกลงก็จ่ายไป 108 เหรียญ ก็รูดการ์ดไปนั่นแหละ (เงินสดเกือบหมดแล้ว เพราะ showbags นั่นแหละ)
เก้าโมง เรือเริ่มออกจากท่า
ไกด์ที่นี่ดูโปรมาก แล้วก็ entertain เก่งมากกกกก
ระหว่างทางไป เค้าก็ชี้ให้ดูฟาร์มหอย (Mussel farm เนี่ยมันหอยไรหว่า.......)
จะแปลกใจก็ตรงที่มีฟาร์มหอยอยู่ติดกับท่าเรือใหญ่ ดูแล้วน่าจะเป็นท่าอุตสาหกรรมด้วยซ้ำ
แล้วก็ยิ่งแปลกใจอีกตรงที่ ตรงที่เค้าพาไปดูปลาโลมา มันอยู่ใกล้กับนิคมอุตสาหกรรมเลย
ดีนะ ที่นี่เค้ารักษาธรรมชาติกันดี เป็นบ้านเราสิ คงไม่ได้เห็นอะไรแบบนี้หรอก
ตอนแรกนั่งอยู่ในเรือ (ไม่ได้ไปยืนหน้าเรือ) เลยยังไม่ได้เห็นโลมามาก
แต่ทัวร์นี้ดีอ่ะ (ดีกว่าทัวร์ปลาวาฬเยอะเลย) เค้าขับเรือพาวนไปมา
จะมีอยู่ช่วง คนขับเรือยืนบนที่นั่ง แล้วก็ใช้เท้าบังคับเรือไปซ้ายขวา หรือแม้แต่เร่งสปีดเรือ
ระหว่างนั้น หัวเค้าก็โผล่พ้นหลังหาเรือไป เพื่อมองหาปลาโลมา (โปรไหมหล่ะนั่น!!!!!)
ระหว่างดูโลมา เค้าก็อธิบายธรรมชาติปลาให้เป็นความรู้
แล้วก็มีอีก มีการเอาไมโครโฟนโยนลงในน้ำให้ฟังเสียงปลา
แต่นะ ไม่ค่อยได้ยินเสียงไรหรอก นอกจากเสียงน้ำอ่ะ เพราะส่วนใหญ่เราอยู่หน้าเรือ
ไกด์ว่าวันนี้อากาศดีเลยได้เห็นโลมาเยอะ
บางตัวว่ายเล่นอยู่หน้าเรือ ว่ายตามเรือ น่ารักสุดๆๆๆๆ
โชคเข้าข้างอย่างนึง ตรงที่เราได้ถ่าย clip video โลมาได้ด้วยยย (ไว้เอาไปอวดเน้ออออ)
กลับถึงท่าเรือก็สิบเอ็ดโมงกว่า
เค้าก็ให้ไปขึ้นรถเพื่อไปลงเรืออีกท่านึงเพื่อจะไป penguin island
ก็เราซื้อทัวร์เต็มวันหน่ะ แต่คนที่มาด้วยตอนเช้าสิ เค้าซื้อครึ่งวัน เลยมีรถมารับกลับไป
ท่าที่จะไปขึ้นเรือเพื่อไป penguin island อยู่ไม่ไกลจากท่าที่ดูโลมามากนัก ขับรถไปไม่ถึง 20 นาทีก็ถึง
แต่ดูจากข้างนอกจะไม่ค่อยรู้เลยว่ามีท่าเรืออยู่
ด้านนอกเป็นลานจอดรถ แล้วก็มีร้านอาหารอยู่สองร้าน
ด้านหลังติดกับห้องน้ำ จะมีห้องขายตั๋วแล้วก็ขายของที่ระลึกเล็ก ๆ
(เล็กจริง ๆ อ่ะ เข้าไป 10-15 คนก็เดินไม่ได้แล้ว)
ก่อนลงเรือ ได้คุยกับป้าคนนึง เค้ามาจาก Sydney มาเที่ยวคนเดียว
ชวนคุยไป ก็เลยถามเลยไปว่าเคยไปเมืองไทยไหม
เออ.......คนที่นี่ชอบเมืองไทยอ่ะ เค้าเคยไปหลายครั้ง เชียงใหม่ก็ 3 ครั้งแล้ว นี่ยังไม่รวมกรุงเทพแล้วก็ภูเก็ตนะ
Penguin island เป็นเกาะอยู่ห่างจากฝั่งไม่เกิน 2 กิโลเมตร
จากฝั่งไปถึงเกาะ ก็มีสันทรายอ่ะ เห็นบางคนเค้าก็เดินลุยไป
ไปถึงเกาะก็เที่ยงกว่าแล้ว นึกว่าจะได้กินอาหารกลางวันเลย หิวอ่ะ หิว
แต่ก็นะ เค้าเอาของไปวางที่โต๊ะ แล้วก็พาเดินตามทางไปด้านหลังเกาะ
ระยะทางที่เดินก็น่าจะประมาณ 200 เมตร
ทางเดินเป็นสะพานไม้จากหน้าเกาะไปหลังเกาะ เดินไม่เกิน 10 นาทีก็ถึง
โอ้ว........สวยอ่ะ สวย อธิบายไม่ถูก เดี๋ยวเอารูปไปโชว์
ยืนถ่ายรูปไม่เกินห้านาที เค้าก็พาเดินกลับไปกินอาหารกลางวัน
มื้อนี้เป็นเบอร์เกอร์ไก่ชิ้นใหญ่มากกกกกกกกก แล้วก็มีน้ำส้ม Sunkist (มันก็แฟนต้าน้ำส้มนั่นแหละ)
ยังกินไม่ทันเสร็จดีหรอก คนเริ่มหาย เพราะคงใกล้เที่ยงครึ่ง
จากโต๊ะที่กินอาหารกลางวัน ไม่เกิน 100 เมตร ก็จะเป็นโรงเลี้ยงเพนกวิน
เที่ยงครึ่งเป็นเวลาที่เค้าให้อาหารเพนกวินอ่ะ คนเลยไปยืนรอเพียบ
เราก็งงว่ามันต้องซื้อตั๋วหรือเปล่า ค่าเข้าเนี่ยมันรวมอยู่กับค่าทัวร์หรือเปล่า
ยืนงงซักพัก ก็เห็นคนที่มาด้วยกัน เค้าเอาแถบชมพูที่แจกบนเรือ มาพันข้อมือ
จากนั้นหายโง่เลยคะ ก็แถบชมพูนั่นมันเป็นสัญลักษณ์ว่ามากับทัวร์
ลงเรือ เข้าโรงเลี้ยงเพนกวิน เข้าห้องน้ำได้ ฟรีหมดเลย
เพนกวินที่นี่ เค้าเลี้ยงในโรงเลี้ยง มีอยู่ประมาณ 10 ตัว
มีตัวนึงชื่อ Jojo เกิดที่นี่อ่ะ อยู่ดีกินดี เลยอ้วนท้วมสมบูรณ์มาก
ไกด์บอกว่า เพนกวินจริง ๆ แล้ว ขนมันจะเป็นสีฟ้า ไม่ใช่สีดำอ่ะ (อันนี้ความรู้ใหม่)
ก่อนโชว์ให้อาหาร เค้าก็มีอธิบายเกี่ยวกับเพนกวินให้เป็นความรู้
เราเลยยืนถ่ายรูปอ่ะ พอกดชัตเตอร์ ตกใจอ่ะ แฟลตขึ้น
กรรม........คือเค้าเตือนแล้วว่าห้ามเปิดแฟลต เพราะจะทำให้เพนกวินตาบอดอ่ะ
ตาลุงที่ยืนข้าง ๆ ก็หันมาเหมือนดุว่าอย่าเปิดแฟลต
ด้วยความปากไวของเรา เลยหันไปบอกว่า ปิดแล้วแต่ไม่รู้ว่าทำไมมันขึ้น
(สงสัยเปลี่ยนโหมดกล้องแล้วลืมปิดแฟลตอีกรอบอ่ะ)
ระหว่างโชว์ให้อาหาร เราก็ถ่ายรูปเพนกวินไป
คราวนี้ตาเด็กที่อยู่ข้างหน้า ตอนแรกก็ยิ้มเขิน ๆ ดี ๆ อยู่หรอก
อยู่ ๆ ก็เอานิ้วมาจิ้มเลนส์ โอ้ว...........นิ้วเปื้อนน้ำลายด้วยนะนั่น
แต่เอาเหอะ ให้อภัย เด็กมันคงไม่รู้เรื่องอ่ะ ดูแล้วไม่น่าจะเกินขวบหรอก
โชว์ให้อาหาร รวมเวลาแล้วไม่น่าเกิน ครึ่งชั่วโมง ออกจากโรงให้อาหารก็เกือบบ่ายโมง
ยังเหลือเวลาพอสมควรก่อนที่จะไปลงเรือดูแมวน้ำ
ไกด์เลยบอกว่า จะเดินไปหลังเกาะก็ได้ หรือว่าไปดูแมวน้ำที่อยู่ในถ้ำอีกด้านของเกาะ
แล้วค่อยให้มาเจอกันไม่เกิน บ่ายโมงห้านาที
เค้าแนะนำ ก็ไปดูซะหน่อยว่าเป็นยังไง เดินไปไม่เกิน 10 นาทีก็ถึง
แมวน้ำตัวใหญ่หนึ่งตัวนอนหันหลังให้ แต่นอนนิ่งมากอยู่ในถ้ำ
นี่ถ้าไม่บอกว่าเป็นแมวน้ำ คงไม่สังเกตหรอก
เดินกลับไปทันบ่ายโมงห้านาทีพอดี
แล้วก็ออกเดินไปท่าเรืออีกครั้งเพื่อไปดูแมวน้ำ
เรือที่นั่งเป็นเรือท้องกระจก คนก็จะแห่กันไปจับจองที่นั่งตรงกลาง
เพราะมองลงไปแล้วจะเป็นกระจกพอดี
ด้วยความที่เราลงเรือช้า เลยได้นั่งด้านข้างของเรือ
ระหว่างทางไปดูแมวน้ำ เค้าก็พาขับวนดูโลมาอีก
คราวนี้ไม่ค่อยตื่นเต้นและ เพราะเมื่อเช้าดูไปเยอะแล้ว
แต่ก็มีแอบถ่ายรูปบ้างเป็นครั้งคราว (สงสัยวันนี้เป็นวันดีจริง ๆ แหละ มานี่ก็เจอโลมาอีก อิอิ)
เกาะที่ไปดูแมวน้ำ เค้าเป็นเกาะสงวน ไม่ให้ใครขึ้นเกาะ
เรือที่นั่งไปเลยได้แต่ขับวนไปให้ใกล้ฝั่งที่สุด
ตรงชายหาดก็มีแมวน้ำนอนกองอยู่ 10 ตัว
เค้าอธิบายว่า นี่เป็นแมวน้ำตัวผู้ ตัวเมียออกไปหาอาหาร
แมวน้ำพวกนี้ขี้เกียจอ่ะ นอนกันเป็นวัน ๆ แล้วก็ไปหาอาหารสักสองวัน แล้วก็กลับมานอนอีกสองวัน
โอ้ว.........มิน่า ดูหุ่นแมวน้ำดิ ใหญ่มากกกกกกกกกก
ตอนแรกนึกว่าทัวร์แมวน้ำจะมีแค่นั้น
แต่เปล่าเลย ไกด์ที่นี่ดีอ่ะ คนขับเรือเป็นไกด์เอง
อธิบายธรรมชาติ แล้วก็พวกนกที่อาศัยอยู่ใกล้ ๆ
ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก แต่รู้สึกดีตรงที่เค้าขับพาวนไป วนมา ให้ดูกันให้ทั่ว ๆ
สวยนะ ทะเลสวย เกาะสวย นกสวย ฟ้าสวย
กลับถึง penguin island ก็น่าจะบ่ายสาม
แต่เรือจากเกาะไปฝั่งเพิ่งออกไปตอนที่เรือของเราเทียบท่า
ฉะนั้น ทำไรไม่ได้ ได้แต่นั่งรอเรือกลับมารับ
รอไม่นานหรอก 10 นาทีหน่ะ นั่งไปถ่ายรูปไป สนุกดี
พอขึ้นฝั่ง เราก็ปรี่เข้าไปร้านขายของที่ระลึก
มีพวกของที่ระลึกเกี่ยวกับเพนกวินเพียบ ทั้งสร้อย ตุ้มหู ตุ๊กตา
เราอยากได้ magnet อ่ะ น่ารักดีเหมือน happy feet เลย แต่เกือบห้าเหรียญ
ตอนนี้ขัดสนเงินสด แล้วก็คิดว่าไม่ใช่ของจำเป็น เลยตัดใจ ได้แต่ถ่ายรูปมา อิอิ
ขากลับ นั่งรถบัสกลับอ่ะ
รถบัสขนาด 22 คน นั่งกันอยู่สี่คน แต่จะมีเราคนเดียวที่ไปลง Perth อ่ะ
อีกสองคน ไกด์เค้าจะพาไปส่งที่ Rockingham
ตอนแรกไกด์ถามว่าจะให้เค้าไปส่งที่ไหนไหม
คิดไม่ออกอ่ะ เลยบอกว่าที่เดิมแล้วกัน Wellington street
กลับถึง Perth ก็สี่โมง
วันนี้วันดี อากาศดี ตอนแรกคิดว่าอยากไป Kings Park
แต่คิดอีกทีเหนื่อยเกินหน่ะ ง่วงด้วย ผ้าก็ยังไม่ได้รีด เลยตัดใจ นั่งรถไฟกลับบ้าน
ระหว่างข้ามถนนกลับบ้านก็เห็นรถ Diana
โบกมือทักทายกัน แต่ Diana เค้ากลับรถไปรอเราข้ามถนนมา แล้วก็เรียกขึ้นรถ
โชคดีไป ไม่ต้องเดินอีก 200 เมตร อิอิ
Diana เล่าให้ฟังว่า วันนี้ไม่ได้ไป Yanchep ตามที่เค้าตั้งใจไว้
เพราะว่า Jonthan มาง้อขอคืนดีกับ Jessica เมื่อเช้า
แผนการที่จะออกไปเที่ยวของ Diana เลยล่มไป
นี่เค้าก็เพิ่งขับรถกลับจากบ้าน Jonathan เพราะพา Jessica ไปส่ง
เห้อ........หมดไปอีกวัน
วันที่แสนเหนื่อย ตื่นแต่เช้า ยังไม่รู้เลยพรุ่งนี้จะมีแรงทำงานไหม
อยากมีวันหยุดอีกจัง...........เหลือเวลาอยู่ที่นี่อีกแค่สี่อาทิตย์เท่านั้น คิดแล้วใจหาย
แต่ง่วงนะ เพราะเหนื่อยจากเมื่อวาน
นอนต่อถึงหกโมงครึ่งนั่นแหละ แล้วก็รีบลุกไปอาบน้ำแต่งตัวแล้ว
จากนั้นเห็นว่าเวลาเหลือเลยขึ้นไปทำแซนวิซเผื่อเอาไปกินในรถ
แต่ Jessica ดิ นอนอยู่หน้าทีวีอ่ะ ทำไรเสียงดังไม่ได้เดี๋ยวตื่น
แซนวิซที่ได้ เลยเป็นแค่ขนมปังทา Nutella เท่านั้น
เผ่นออกจากบ้าน 7 โมง เพราะต้องไปที่ Coach stand @ Wellington Street 7.45 เพื่อไปขึ้นรถ
ที่ขึ้นรถเนี่ย มันอยู่ติดกับ Perth station เลย ลงรถไฟแล้วเดินไปไม่ถึงห้านาทีก็ถึง
วันนี้เป็นวันหยุด รถไฟเลยมีทุกครึ่งชั่วโมง
แต่โชคดีเพราะที่เราไป มันเป็นรถรอบ 7.20 เลยทำให้ไปถึงที่นั่นก่อนเวลา
เดินไปก็เห็นคนไปรอเพียบ แต่ส่วนใหญ่เป็นของ Western Explorer อ่ะ
เป็นหนึ่งในทัวร์ที่เราอยากไป คือไป Pinnacles อ่ะ แต่สุดท้ายต้องตัดใจเพราะไม่มีเวลาแล้ว
โชคดีที่รถของเราเพิ่งมาจอดเทียบ แล้วคนขับก็ลงมายืนหา เราเลยเดินเข้าไปหาพร้อมยื่นใบจองให้
(ที่รู้ว่าเป็นรถเราเพราะเป็นคันเดียวที่เป็น Dophin watching, Rockingham)
เค้ามาที่นี่เพื่อรับเราคนเดียวเลยอ่ะ เห็นในรถมีผู้หญิงอีกสองคน
รถที่นั่งไปเป็นรถ Toyota (หน้าตาเหมือน Wish อ่ะ แต่ไม่ใช่อ่ะ)
คนขับเป็นผู้ชาย อายุไม่น่าจะเกิน 25 หรอก (คนที่นี่เค้าทำงานกันแต่เด็ก เลยไม่แปลกใจ)
ก่อนออกรถ เค้าก็แนะนำตัว เรานั่งหน้าข้างคนขับ ก็ยังฟังไม่รู้เรื่องว่าชื่อไร อิอิ
นั่งรถไป 40 นาทีก็ถึง Rockingham
สงสัยเป็นเช้าวันหยุด ที่นี่เลยเงียบ ๆ ไม่มีคนมากนัก
จะมีก็แค่นักท่องเที่ยวที่มาดูปลาโลมาเท่านั้น
ก่อนลงจากรถ คนขับบอกว่า เดี๋ยวให้ไปรอที่ท่าเรือ
ตรงนั้นมีเรือลำเล็กหนึ่งลำ (น่าจะบรรทุกคนได้ประมาณ 20-30 คนอ่ะ) แล้วก็มีลำใหญ่หนึ่งลำ
คนขับว่าเรือที่จะพาเราไปคือเรือลำเล็ก ให้ไปลงเรือเลยก็ได้
(ในใจนึกว่า จ่ายตังตั้งแพง ไหงให้ลงเรือเล็กอ่ะ
เพิ่งมารู้ทีหลังว่าลำใหญ่เค้าเอาไว้สำหรับทัวร์ swim with dolphin)
เดินไปถ่ายรูปไป แล้วก็ไม่ลืมที่จะมองหาคนที่มาด้วยเป็นระยะ (เผื่อหลงอ่ะ)
พอเห็นเค้าเดินไปใกล้ท่าเรือ ก็รีบเดินไปให้ทันจะได้ลงเรือพร้อม ๆ กัน อิอิ
นั่งรอบนเรือสักพักก็เริ่มหิวอ่ะ เลยหยิบขนมปังที่ทำมาขึ้นมากิน
ระหว่างนั้นเค้าก็มีเรียกจ่ายตังกัน (ตอนแรกฟังไม่ทันอ่ะเลยนั่งเฉย)
พอคนน้อยลง เราเลยเดินไปถามเค้าว่าของเราเท่าไหร่
ตกลงก็จ่ายไป 108 เหรียญ ก็รูดการ์ดไปนั่นแหละ (เงินสดเกือบหมดแล้ว เพราะ showbags นั่นแหละ)
เก้าโมง เรือเริ่มออกจากท่า
ไกด์ที่นี่ดูโปรมาก แล้วก็ entertain เก่งมากกกกก
ระหว่างทางไป เค้าก็ชี้ให้ดูฟาร์มหอย (Mussel farm เนี่ยมันหอยไรหว่า.......)
จะแปลกใจก็ตรงที่มีฟาร์มหอยอยู่ติดกับท่าเรือใหญ่ ดูแล้วน่าจะเป็นท่าอุตสาหกรรมด้วยซ้ำ
แล้วก็ยิ่งแปลกใจอีกตรงที่ ตรงที่เค้าพาไปดูปลาโลมา มันอยู่ใกล้กับนิคมอุตสาหกรรมเลย
ดีนะ ที่นี่เค้ารักษาธรรมชาติกันดี เป็นบ้านเราสิ คงไม่ได้เห็นอะไรแบบนี้หรอก
ตอนแรกนั่งอยู่ในเรือ (ไม่ได้ไปยืนหน้าเรือ) เลยยังไม่ได้เห็นโลมามาก
แต่ทัวร์นี้ดีอ่ะ (ดีกว่าทัวร์ปลาวาฬเยอะเลย) เค้าขับเรือพาวนไปมา
จะมีอยู่ช่วง คนขับเรือยืนบนที่นั่ง แล้วก็ใช้เท้าบังคับเรือไปซ้ายขวา หรือแม้แต่เร่งสปีดเรือ
ระหว่างนั้น หัวเค้าก็โผล่พ้นหลังหาเรือไป เพื่อมองหาปลาโลมา (โปรไหมหล่ะนั่น!!!!!)
ระหว่างดูโลมา เค้าก็อธิบายธรรมชาติปลาให้เป็นความรู้
แล้วก็มีอีก มีการเอาไมโครโฟนโยนลงในน้ำให้ฟังเสียงปลา
แต่นะ ไม่ค่อยได้ยินเสียงไรหรอก นอกจากเสียงน้ำอ่ะ เพราะส่วนใหญ่เราอยู่หน้าเรือ
ไกด์ว่าวันนี้อากาศดีเลยได้เห็นโลมาเยอะ
บางตัวว่ายเล่นอยู่หน้าเรือ ว่ายตามเรือ น่ารักสุดๆๆๆๆ
โชคเข้าข้างอย่างนึง ตรงที่เราได้ถ่าย clip video โลมาได้ด้วยยย (ไว้เอาไปอวดเน้ออออ)
กลับถึงท่าเรือก็สิบเอ็ดโมงกว่า
เค้าก็ให้ไปขึ้นรถเพื่อไปลงเรืออีกท่านึงเพื่อจะไป penguin island
ก็เราซื้อทัวร์เต็มวันหน่ะ แต่คนที่มาด้วยตอนเช้าสิ เค้าซื้อครึ่งวัน เลยมีรถมารับกลับไป
ท่าที่จะไปขึ้นเรือเพื่อไป penguin island อยู่ไม่ไกลจากท่าที่ดูโลมามากนัก ขับรถไปไม่ถึง 20 นาทีก็ถึง
แต่ดูจากข้างนอกจะไม่ค่อยรู้เลยว่ามีท่าเรืออยู่
ด้านนอกเป็นลานจอดรถ แล้วก็มีร้านอาหารอยู่สองร้าน
ด้านหลังติดกับห้องน้ำ จะมีห้องขายตั๋วแล้วก็ขายของที่ระลึกเล็ก ๆ
(เล็กจริง ๆ อ่ะ เข้าไป 10-15 คนก็เดินไม่ได้แล้ว)
ก่อนลงเรือ ได้คุยกับป้าคนนึง เค้ามาจาก Sydney มาเที่ยวคนเดียว
ชวนคุยไป ก็เลยถามเลยไปว่าเคยไปเมืองไทยไหม
เออ.......คนที่นี่ชอบเมืองไทยอ่ะ เค้าเคยไปหลายครั้ง เชียงใหม่ก็ 3 ครั้งแล้ว นี่ยังไม่รวมกรุงเทพแล้วก็ภูเก็ตนะ
Penguin island เป็นเกาะอยู่ห่างจากฝั่งไม่เกิน 2 กิโลเมตร
จากฝั่งไปถึงเกาะ ก็มีสันทรายอ่ะ เห็นบางคนเค้าก็เดินลุยไป
ไปถึงเกาะก็เที่ยงกว่าแล้ว นึกว่าจะได้กินอาหารกลางวันเลย หิวอ่ะ หิว
แต่ก็นะ เค้าเอาของไปวางที่โต๊ะ แล้วก็พาเดินตามทางไปด้านหลังเกาะ
ระยะทางที่เดินก็น่าจะประมาณ 200 เมตร
ทางเดินเป็นสะพานไม้จากหน้าเกาะไปหลังเกาะ เดินไม่เกิน 10 นาทีก็ถึง
โอ้ว........สวยอ่ะ สวย อธิบายไม่ถูก เดี๋ยวเอารูปไปโชว์
ยืนถ่ายรูปไม่เกินห้านาที เค้าก็พาเดินกลับไปกินอาหารกลางวัน
มื้อนี้เป็นเบอร์เกอร์ไก่ชิ้นใหญ่มากกกกกกกกก แล้วก็มีน้ำส้ม Sunkist (มันก็แฟนต้าน้ำส้มนั่นแหละ)
ยังกินไม่ทันเสร็จดีหรอก คนเริ่มหาย เพราะคงใกล้เที่ยงครึ่ง
จากโต๊ะที่กินอาหารกลางวัน ไม่เกิน 100 เมตร ก็จะเป็นโรงเลี้ยงเพนกวิน
เที่ยงครึ่งเป็นเวลาที่เค้าให้อาหารเพนกวินอ่ะ คนเลยไปยืนรอเพียบ
เราก็งงว่ามันต้องซื้อตั๋วหรือเปล่า ค่าเข้าเนี่ยมันรวมอยู่กับค่าทัวร์หรือเปล่า
ยืนงงซักพัก ก็เห็นคนที่มาด้วยกัน เค้าเอาแถบชมพูที่แจกบนเรือ มาพันข้อมือ
จากนั้นหายโง่เลยคะ ก็แถบชมพูนั่นมันเป็นสัญลักษณ์ว่ามากับทัวร์
ลงเรือ เข้าโรงเลี้ยงเพนกวิน เข้าห้องน้ำได้ ฟรีหมดเลย
เพนกวินที่นี่ เค้าเลี้ยงในโรงเลี้ยง มีอยู่ประมาณ 10 ตัว
มีตัวนึงชื่อ Jojo เกิดที่นี่อ่ะ อยู่ดีกินดี เลยอ้วนท้วมสมบูรณ์มาก
ไกด์บอกว่า เพนกวินจริง ๆ แล้ว ขนมันจะเป็นสีฟ้า ไม่ใช่สีดำอ่ะ (อันนี้ความรู้ใหม่)
ก่อนโชว์ให้อาหาร เค้าก็มีอธิบายเกี่ยวกับเพนกวินให้เป็นความรู้
เราเลยยืนถ่ายรูปอ่ะ พอกดชัตเตอร์ ตกใจอ่ะ แฟลตขึ้น
กรรม........คือเค้าเตือนแล้วว่าห้ามเปิดแฟลต เพราะจะทำให้เพนกวินตาบอดอ่ะ
ตาลุงที่ยืนข้าง ๆ ก็หันมาเหมือนดุว่าอย่าเปิดแฟลต
ด้วยความปากไวของเรา เลยหันไปบอกว่า ปิดแล้วแต่ไม่รู้ว่าทำไมมันขึ้น
(สงสัยเปลี่ยนโหมดกล้องแล้วลืมปิดแฟลตอีกรอบอ่ะ)
ระหว่างโชว์ให้อาหาร เราก็ถ่ายรูปเพนกวินไป
คราวนี้ตาเด็กที่อยู่ข้างหน้า ตอนแรกก็ยิ้มเขิน ๆ ดี ๆ อยู่หรอก
อยู่ ๆ ก็เอานิ้วมาจิ้มเลนส์ โอ้ว...........นิ้วเปื้อนน้ำลายด้วยนะนั่น
แต่เอาเหอะ ให้อภัย เด็กมันคงไม่รู้เรื่องอ่ะ ดูแล้วไม่น่าจะเกินขวบหรอก
โชว์ให้อาหาร รวมเวลาแล้วไม่น่าเกิน ครึ่งชั่วโมง ออกจากโรงให้อาหารก็เกือบบ่ายโมง
ยังเหลือเวลาพอสมควรก่อนที่จะไปลงเรือดูแมวน้ำ
ไกด์เลยบอกว่า จะเดินไปหลังเกาะก็ได้ หรือว่าไปดูแมวน้ำที่อยู่ในถ้ำอีกด้านของเกาะ
แล้วค่อยให้มาเจอกันไม่เกิน บ่ายโมงห้านาที
เค้าแนะนำ ก็ไปดูซะหน่อยว่าเป็นยังไง เดินไปไม่เกิน 10 นาทีก็ถึง
แมวน้ำตัวใหญ่หนึ่งตัวนอนหันหลังให้ แต่นอนนิ่งมากอยู่ในถ้ำ
นี่ถ้าไม่บอกว่าเป็นแมวน้ำ คงไม่สังเกตหรอก
เดินกลับไปทันบ่ายโมงห้านาทีพอดี
แล้วก็ออกเดินไปท่าเรืออีกครั้งเพื่อไปดูแมวน้ำ
เรือที่นั่งเป็นเรือท้องกระจก คนก็จะแห่กันไปจับจองที่นั่งตรงกลาง
เพราะมองลงไปแล้วจะเป็นกระจกพอดี
ด้วยความที่เราลงเรือช้า เลยได้นั่งด้านข้างของเรือ
ระหว่างทางไปดูแมวน้ำ เค้าก็พาขับวนดูโลมาอีก
คราวนี้ไม่ค่อยตื่นเต้นและ เพราะเมื่อเช้าดูไปเยอะแล้ว
แต่ก็มีแอบถ่ายรูปบ้างเป็นครั้งคราว (สงสัยวันนี้เป็นวันดีจริง ๆ แหละ มานี่ก็เจอโลมาอีก อิอิ)
เกาะที่ไปดูแมวน้ำ เค้าเป็นเกาะสงวน ไม่ให้ใครขึ้นเกาะ
เรือที่นั่งไปเลยได้แต่ขับวนไปให้ใกล้ฝั่งที่สุด
ตรงชายหาดก็มีแมวน้ำนอนกองอยู่ 10 ตัว
เค้าอธิบายว่า นี่เป็นแมวน้ำตัวผู้ ตัวเมียออกไปหาอาหาร
แมวน้ำพวกนี้ขี้เกียจอ่ะ นอนกันเป็นวัน ๆ แล้วก็ไปหาอาหารสักสองวัน แล้วก็กลับมานอนอีกสองวัน
โอ้ว.........มิน่า ดูหุ่นแมวน้ำดิ ใหญ่มากกกกกกกกกก
ตอนแรกนึกว่าทัวร์แมวน้ำจะมีแค่นั้น
แต่เปล่าเลย ไกด์ที่นี่ดีอ่ะ คนขับเรือเป็นไกด์เอง
อธิบายธรรมชาติ แล้วก็พวกนกที่อาศัยอยู่ใกล้ ๆ
ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก แต่รู้สึกดีตรงที่เค้าขับพาวนไป วนมา ให้ดูกันให้ทั่ว ๆ
สวยนะ ทะเลสวย เกาะสวย นกสวย ฟ้าสวย
กลับถึง penguin island ก็น่าจะบ่ายสาม
แต่เรือจากเกาะไปฝั่งเพิ่งออกไปตอนที่เรือของเราเทียบท่า
ฉะนั้น ทำไรไม่ได้ ได้แต่นั่งรอเรือกลับมารับ
รอไม่นานหรอก 10 นาทีหน่ะ นั่งไปถ่ายรูปไป สนุกดี
พอขึ้นฝั่ง เราก็ปรี่เข้าไปร้านขายของที่ระลึก
มีพวกของที่ระลึกเกี่ยวกับเพนกวินเพียบ ทั้งสร้อย ตุ้มหู ตุ๊กตา
เราอยากได้ magnet อ่ะ น่ารักดีเหมือน happy feet เลย แต่เกือบห้าเหรียญ
ตอนนี้ขัดสนเงินสด แล้วก็คิดว่าไม่ใช่ของจำเป็น เลยตัดใจ ได้แต่ถ่ายรูปมา อิอิ
ขากลับ นั่งรถบัสกลับอ่ะ
รถบัสขนาด 22 คน นั่งกันอยู่สี่คน แต่จะมีเราคนเดียวที่ไปลง Perth อ่ะ
อีกสองคน ไกด์เค้าจะพาไปส่งที่ Rockingham
ตอนแรกไกด์ถามว่าจะให้เค้าไปส่งที่ไหนไหม
คิดไม่ออกอ่ะ เลยบอกว่าที่เดิมแล้วกัน Wellington street
กลับถึง Perth ก็สี่โมง
วันนี้วันดี อากาศดี ตอนแรกคิดว่าอยากไป Kings Park
แต่คิดอีกทีเหนื่อยเกินหน่ะ ง่วงด้วย ผ้าก็ยังไม่ได้รีด เลยตัดใจ นั่งรถไฟกลับบ้าน
ระหว่างข้ามถนนกลับบ้านก็เห็นรถ Diana
โบกมือทักทายกัน แต่ Diana เค้ากลับรถไปรอเราข้ามถนนมา แล้วก็เรียกขึ้นรถ
โชคดีไป ไม่ต้องเดินอีก 200 เมตร อิอิ
Diana เล่าให้ฟังว่า วันนี้ไม่ได้ไป Yanchep ตามที่เค้าตั้งใจไว้
เพราะว่า Jonthan มาง้อขอคืนดีกับ Jessica เมื่อเช้า
แผนการที่จะออกไปเที่ยวของ Diana เลยล่มไป
นี่เค้าก็เพิ่งขับรถกลับจากบ้าน Jonathan เพราะพา Jessica ไปส่ง
เห้อ........หมดไปอีกวัน
วันที่แสนเหนื่อย ตื่นแต่เช้า ยังไม่รู้เลยพรุ่งนี้จะมีแรงทำงานไหม
อยากมีวันหยุดอีกจัง...........เหลือเวลาอยู่ที่นี่อีกแค่สี่อาทิตย์เท่านั้น คิดแล้วใจหาย
