Rottnest Island
ตอนแรก Diana ว่าจะขับรถไปส่งที่ท่าเรือ
Jessica ต้องรีบออกตั้งแต่ 7.30 แต่เรายังอาบน้ำไม่เสร็จ เลยบอกว่าเดี๋ยวไปเอง
แต่ก็นะกว่าจะทำแซนวิชไปกินเสร็จ ก็เกือบแปดโมง ต้องรีบวิ่งไปสถานีรถไฟ
วันหยุดรถไฟมาทุกครึ่งชั่วโมง พลาดขบวนก่อนหน้าไปประมาณ 10 นาที
เลยเดินวิ่งไปวิ่งมา ดูว่ารถไฟชานชลาไหนมาก่อนกัน
แต่มันไม่ต่างกันอ่ะ รอประมาณ 20 นาทีพอกัน เลยต้องนั่งรอ
ลงรถไฟก็ 8.30 แล้ว ต้องรีบวิ่งไปที่ท่าเรือ
เท้าก็เจ็บอ่ะ เพิ่งกินยาไป แต่ด้วยความอยากเที่ยวอ่ะ รีบฝืนเดิน กึ่งเดิน กึ่งวิ่ง
ถึงท่าเรือ 8.40 ก็รีบไปซื้อตั๋ว แล้วก็รีบลงเรือ
เรือเที่ยวแรกจาก Barrack Jetty มีตอน 8.45 ถ้าพลาดก็ต้องรออีกชั่วโมง
วันนึงวิ่งจาก Perth ไป Rottnest Island มี 3 เที่ยว 8.45, 9.45 แล้วก็บ่ายสอง
เรือจากที่ Perth ต้องไปเปลี่ยนเรือที่ Frementle อยู่ดีแหละ
แต่ที่เลือกขึ้นที่ Perth เพราะอยากดูด้วยว่าระหว่างทางไป Frementle จะสวยแค่ไหน
จ่ายค่าตั๋วจาก Perth ไป Rottnest 60เหรียญ (อันนี้ราคา YHA ราคาปกติจะ 64-65 เหรียญนี่แหละ)
เห็นว่าปกติแล้วค่าเรือจาก Perth ไป Frementle มันอยู่ที่เที่ยวละ 20 เหรียญ แพงอ่ะ ไม่เอา
หลังจากเทียบราคาเรือหลายแบบแล้ว ซื้อแบบนี้ถูกว่า ตกเที่ยวละ 8 เหรียญ
เรือกว่าจะออกก็เกือบเก้าโมง แต่ก็ดีที่รีบมาก่อน จะได้จับจองที่นั่งที่เหมาะกับการถ่ายรูป
เลือกนั่งท้ายเรืออ่ะ ตอนแรกนั่งแถวสอง เพราะแถวแรกมีเก้าอี้ว่างอยู่ตัวนึงอยู่ระหว่างผู้ชายสองคน
แต่ก็นะอยากได้วิวอ่ะ เลยถามเค้าว่ามีคนนั่งไหม พอบอกว่าไม่มี รีบโดดไปนั่งเลย
เรือยังไม่ทันออก ก็ถ่ายรูปซะแล้ว อิอิ
จากตรงท่าเรือ ตรงกันข้ามจะเป็น South Perth ซึ่งยังไม่เคยไปเดิน (คิดว่าคงไม่มีโอกาสแล้วด้วย)
มองไปทางด้านขวาจะมองเห็นอนุสาวรีย์ที่อยู่ใน Kings Park
โอ้ว.......สวยอ่ะ ฟ้าใสมาก ๆๆๆๆ
สองข้างทางริมน้ำก็จะมีท่าจอดเรือเป็นระยะ ๆ
บ้านที่อยู่ริมน้ำ ก็น่าจะเป็นบ้านคนรวยอ่ะ บ้านหลังใหญ่อยู่บนเขา
แล้วก็บางช่วงจะมีสวนริมน้ำ เป็นพื้นที่ให้คนมาเดิน วิ่ง ขี่จักรยานเหมือน Riverside Drive ในเมือง
ถึงท่าเรือ Frementle ก็เก้าโมงสี่สิบได้
ต้องรอเรือจาก Rottnest มา กว่าจะได้ขึ้นเรืออีกทีก็ 10 โมงอ่ะ
เรือจาก Frementle ไป Rottnest Island เค้าไม่ให้ไปยืนท้ายเรืออ่ะ
เค้าให้นั่งอยู่กับที่ในเรือ ห้ามลุกไปไหน เราเลยอดถ่ายรูปเลย
จะหลับก็กระไรอยู่ เลยหยิบแซนวิชชิ้นสุดท้ายขึ้นมากิน มื้อกลางวันค่อยไปหาเอาใหม่แล้วกัน
ถึงเกาะประมาณ 10 โมงกว่า แค่เห็นน้ำทะเลก็ไม่อยากกลับแล้ว
เกาะที่นี่เค้าไม่ให้เอารถขึ้นเกาะ เว้นแต่เป็นของเจ้าหน้าที่เท่านั้น
กิจกรรมที่คนส่วนใหญ่ทำคือ ขี่จักรยานเที่ยวกัน
แต่นะ กรรมของเรา ขี่ไม่ได้แล้วอ่ะ พอมาที่นี่เลยต้องเดินเอา กรรมๆๆๆๆๆๆๆๆ
อย่างแรกที่ทำคือไป visitor centre ก่อน เพราะจะไปซื้อทัวร์
ที่ดูไว้คือ underwater explorer ราคา 22 เหรียญ
Train & Tunnel, Oliver Hill 17.4 เหรียญ
แต่พอไปถึงเคาร์เตอร์ ถามถึงทัวร์ เค้าแนะนำทัวร์ทั่วเกาะ 25 เหรียญ
(เกาะนี้มีอยู่ 60 อ่าว แต่จำนวนหาดเนี่ย ถ้าจำไม่ผิด 253 หาด)
แล้วเค้าก็แนะนำ hop on-off คือซื้อตั๋วรถ 10 เหรียญ ลงที่ไหนขึ้นที่ไหนก็ได้ทั่วเกาะ
และแล้วเราก็เลือกอย่างที่เราคิดไว้ underwater explorer แล้วก็ train & tunnel
Underwater explorer ใช้เวลา 45 นาที
Train & tunnel ใช้เวลา 2 ชั่วโมง
ก็ให้เค้าเช็คว่าเราซื้อทั้งสองทัวร์ได้ไหม เพราะต้องเช็ครอบทัวร์อ่ะ
คนขายตั๋วย้ำนักหนาว่า train มันไม่ได้วิ่งทั่วเกาะ แต่เราก็ยังยืนยันว่าจะเอา
จริง ๆ แล้วถ้ามีเวลาเหลือจะซื้อตั๋วรถบัสอีก
แต่กลัวว่าจะกลับไม่ทันเพราะต้องกลับมาขึ้นเรือ 4 โมง เห้อ...........แอบเซ็งเล็ก ๆ
พอได้ตั๋วมาก็ 11.10 แล้ว เดินถ่ายรูปไป น้ำทะเลใส เขียวมรกตมาก
ในมือถือตั๋ว underwater explorer ซึ่งต้องไปขึ้นที่ท่าเรือตอน 11.30
ตอนเค้าให้ตั๋วเค้าก็บอกนะว่าให้ขึ้นที่ไหน แต่ดีใจไงไม่ทันฟัง พยักหน้ารับอย่างเดียว
กรรม............จะขึ้นที่ไหนหล่ะน่ มันมีตั้งหลายท่าอ่ะ.........
เห็นแม่ลูกคู่นึงเดินไปที่ท่าเรือเล็ก ๆ อย่างเร่งรีบ เลยเดินตามไป
ปรากฎว่า ...............ไม่ใช่ เค้าไปขึ้นเรือเค้าอ่ะ
คราวนี้ต้องคิดว่าจะทำยังไง ใกล้เวลาแล้ว 11.20 ยังหาท่าไม่เจอเลย ทำไงดี
คิดๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ในมือกำตั๋ว ก็มองดูเลย แล้วก็ตกใจเพราะเค้าบอกว่า main jetty
Main jetty ก็ท่าที่เราขึ้นจากเรือนั่นแหละ ต้องรีบวิ่งกลับไปอีกเล่นเอาเหนื่อย
จากท่านึงไปอีกท่านึง ดูระยะทางไม่ไกลนะ
แต่ลองคิดว่าแต่ละท่ามันก็มีความยาวของมัน จากเกือบสุดท่านึงไปอีกท่านึง ก็เล่นเอาเหนื่อย
ไปถึงท่าก็ต้องมองหาอีกว่ามันขึ้นตรงไหน พอเห็นป้ายก็ใจชื้นและ เรือกำลังเทียบท่าพอดี
Underwater explorer จริงๆ แล้วมันเป็น reef & wreck tour
ลงเรือไปเค้าก็ให้นั่งตรงใต้ท้องเรือ เรือนี้ท้องกระจกที่นั่งจะเป็นหย่อนขา หันหน้าออกสองข้างของเรือ
น้ำที่นี่ใสมากจนมองเห็นดอกไม้ทะเลอย่างชัดเจน
ไกด์อธิบายถึงพืชทะเล ปลา แล้วก็เรือที่ล่มอยู่กลางทะเล
(ฟังไม่ออกหรอก มัวแต่ถ่ายรูปอ่ะ ไม่สนใจว่าเค้าพูดว่าไร)
ปลาที่นี่ก็เยอะ แต่ไม่ค่อยมีสีสันเท่าที่ควร เราก็นั่งไปถ่ายรูปไป เหมือนเล่นเกมอยู่อ่ะ อิอิ
ทัวร์นี้ใช้เวลาสั้นกว่าที่คิด จะว่าจริง ๆ แล้วมันก็ประมาณครึ่งชั่วโมงอ่ะ
แต่ก็นะ ไม่ได้ดำน้ำ มาดูอย่างงี้ก็ยังดี ครั้งหนึ่งในชีวิต
จะดีอีกอย่างตรงที่พอดูใต้ทะเลเสร็จแล้ว เค้ากำลังจะกลับเข้าฝั่ง
เค้าก็บอกว่าให้ขึ้นไปหน้าเรือ คราวนี้ได้ทีรีบขึ้นไปหาที่เหมาะ ๆ ถ่ายรูปเกาะจากกลางทะเล
ขึ้นเรือมาก็เที่ยงแล้ว ยังมีเวลาเหลือให้เดินเที่ยวเล่นอีก
ทัวร์ต่อไปต้องไปถึงที่นั่นบ่ายโมงยี่สิบ
จาก main jetty เดินไปไม่ถึงสองร้อยเมตรก็จะเป็นร้านค้า
เห็นว่าตรงนี้เป็นที่เดียวที่มีร้านค้า ส่วนอื่นของเกาะจะมีอย่างมาก็แค่ที่พัก
อย่างแรกที่เดินหาคือ หมวก
เค้าร้าน surf shop อย่างเคย แต่ก็ไม่ได้ที่ถูกใจ
คราวนี้เลยเดินไปซุปเปอร์มาร์เกตที่เดียวของที่นั่น
มีหมวด Rottnest ราคา 10 เหรียญ หยิบเลย ด้วยราคาเท่านี้ รูปแบบ ๆ นี้
แล้วก็ได้พวงกุญแจ Quokka มาสองอัน
(Quokka เป็นเหมือนจิงโจ้บวกกับหนูอ่ะ
เห็นเค้าว่าที่เกาะนี้มีเยอะ เลยเป็นสัญญลักษณ์ของเกาะ)
จากนั้นก็เดินไปตามแผนที่ที่มีอยู่ จะได้รู้ว่าที่ขึ้นรถไฟนั้นอยู่ทางไหน
แต่ก็นะ เหลือเวลาอีก เริ่มหิวและแต่ไม่มาก
เลยกลับไปที่ร้าน bakery มีไอศกรีม Ilgelato ได้มาหนึ่งโคน ค่อยหายหิวไปได้
อ้อ มีอย่างนึงที่ประทับใจ ตรงร้านค้า คนพลุกพล่าน
แต่ก็ยังมีนกยูงสี่ห้าตัวเดินหาอาหารกิน ไม่มีรั้วหรือกรงอะไรกั้นเลย
โอ้ว..........ธรรมชาติสุด ๆ ชอบๆๆๆๆๆๆๆ
บ่ายโมงเริ่มเดินไปที่ขึ้นรถไฟ เพราะกะไปนั่งแหละ เจ็บเท้าอีกแล้ว
จากร้านค้าไปที่ขึ้นรถไฟก็ประมาณ 400 500 เมตรได้
ชานชลาจะเป็นร่มไม้เล็ก ๆ แล้วก็มีเก้าอี้อยู่สามสี่ตัว
นั่งได้สักพักก็ทนไม่ไหว เดินไปถ่ายรูปรถไฟดีกว่า อิอิ
รถไฟออกเที่ยงสี่สิบ เพราะรอครอบครัวนึงที่รถบัสมาส่งช้า
ระหว่างทางรถไฟไปถึง Oliver Hill ก็จะผ่านสนามบินเล็ก ๆ
รางรถไฟจะเป็นรางเดียว วิ่งขึ้นเขาซึ่งแต่ก่อนเค้าใช้ในราชการทหาร
ทัวร์นี้เค้าจะมีไกด์อาสาสมัครอธิบายถึงประวัติศาสตร์
ที่ Oliver Hill จะเป็นพื้นที่ของทหาร และจะมีอุโมงค์ใต้ดินเป็นฐานทัพ
ที่นี่จะมีปืนใหญ่ขนาดประมาณ 9 นิ้ว (มันคือขนาดลูกปืนนะ) อยู่บนยอดเขา
เนื่องจาก Rottnest ไม่ไกลจาก Frementle มากนัก
ฐานทัพที่นี่เลยเป็นเหมือนฐานทัพที่ใช้ป้องกันเขตทหารใน Frementle ด้วย
ใช้เวลาในอุโมงค์อยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง
จริง ๆ แล้วความยาวของอุโมงค์จะยาวตั้งแต่ยอดเขาไปถึงชายหาด
แต่เค้าพาดูจริง ๆ แล้วเนี่ย ยังไม่ถึงครึ่งทางเลยมั้ง
จากนั้นเค้าก็พาไปดูอุปกรณ์ทหาร อธิบายเกี่ยวกับปืนใหญ่ ประวัติศาสตร์อีกมากมาย
(อันนี้ไม่ทันได้ฟังอ่ะ มัวแต่ถ่ายรูปเพราะมองจากตรงนี้ไปจะเห็นทะเล กับ lighthouse สวยมากกก)
บ่ายสามโมง เค้าก็เรียกขึ้นรถไฟกลับแล้ว จะไม่กลับก็ไม่ได้ ไม่งั้นคงได้นอนค้างที่นี่แน่
ระหว่างทางกลับไม่ตื่นเต้นและ เหนื่อยมั้ง หิวด้วย
ได้แต่นั่งเช็ครูปที่ถ่ายไปจนถึงสุดทางรถไฟ
ตอนนั้นก็บ่ายสามครึ่ง เรายังมีเวลาเหลืออีกครึ่งชั่วโมง
เดินไปเรื่อยอ่ะ ไปที่นึงจะเป็นบาร์เหล้า แต่มีโต๊ะอยู่กลางแจ้ง
ตัวตึกจะเป็นสีอิฐอ่อน ๆ ดูคลาสสิคดี ชอบ ๆๆๆๆ
Rottnest island เค้าจะไม่อนุญาตให้กินเหล้าตามถนน
คือเดินไปกินไปไม่ได้ ต้องกินกันในที่ที่เค้าจัดให้ หรือไม่ก็ที่พักเท่านั้น
ที่ตรงบาร์นั้นเลยมีแต่พวกขี้เหล้า
(คนที่กินเหล้าที่นี่เค้ากินกันเป็นปกติ แต่ไม่เมามายจนไม่ได้สติแบบขี้เหล้าบ้านเรานะ)
เดินไปไม่เท่าไหร่ก็เกือบสี่โมง
ได้มีโอกาสแวะเข้าร้านขายของที่ระลึก แล้วก็เดินถ่ายรูปเล่น
พอไปถึงท่าเรือ ก็นึกขึ้นได้ว่า Diana บอกว่า bakery ที่นี่อร่อย
แต่จะกลับไปก็กลัวไปขึ้นเรือไม่ทันอ่ะ เลยได้แต่เสียดายไปตามระเบียบ
ไปยืนรอเรือประมาณ 15 นาที เรือก็เทียบท่า
คนมารอเพียบ ถ้าขืนไปช้าคงไม่ได้นั่งที่ติดหน้าต่าง
เลยรีบไปยืนต่อแถวเพื่อขึ้นเรือ พอขึ้นไปก็เลือกนั่งติดหน้าต่าง
แต่ระหว่างทางกลับ หมดแรงอ่ะ หิวด้วย เลยนั่งหลับไปตามระเบียบ
รู้สึกตัวก็เกือบถึง Frementle แล้ว
ห้าโมงเรือก็เทียบท่าที่ Frementle แต่เราไม่มีเวลาเที่ยว Frementle อีกเพราะต้องรีบไปต่อเรือ
เรือเที่ยวสุดท้ายจาก Frementle ไป Perth ก็เที่ยวนี้แหละ
ขากลับหมดแรงเหมือนจะเป็นไข้ เลยนั่งด้านใน
ตอนแรกนึกว่าเค้าจะมีอธิบายอะไรไปตามทาง
แต่เปล่าเลยต้องนั่งเวียนหัวกับคนที่นั่งตรงกันข้าม คุยกันอยู่ได้ แอบเซ็งเล็ก ๆ
กลับถึง Barrack Jetty ก็ 6 โมง
จำได้ว่าเมื่อวันศุกร์ลืมกล่องข้าวไว้ เลยต้องรีบขึ้นไปเอามาล้าง ขืนทิ้งไว้ถึงวันจันทร์มีหวังเน่าแน่
เย็นวันเสาร์ยังมีคนมาทำงานอยู่ในออฟฟิศอีก
โอ้ว.........Vinay เจ้าเก่าแหละ กลับก็ดึก เสาร์อาทิตย์มาทำตลอด ไม่เหนื่อยหรือไงท่าน!!!
กลับถึงบ้านก็เกือบทุ่ม เจอ Diana เค้าเล่าให้ฟังว่าวันนี้เพื่อนมาให้สอนทำอาหารที่บ้านสี่ชั่วโมง
กินข้าวเสร็จเค้าก็ไม่ให้ล้างจาน เค้าว่าว่าวันนี้เหนื่อยพอกัน ไม่ต้องทำไรแล้ว
เรามึน ๆ ปวดหัวอ่ะ เลยขอตัว ไม่ดูทีวีกับเค้า
ลงมานอนตั้งแต่ 3 ทุ่ม สลบเหมือด แต่ยังเสียดายเล็ก ๆ ว่ายังเที่ยวไม่ทั่วเลย อยากไปอีก!!!!!!!!!!!!!!!
Jessica ต้องรีบออกตั้งแต่ 7.30 แต่เรายังอาบน้ำไม่เสร็จ เลยบอกว่าเดี๋ยวไปเอง
แต่ก็นะกว่าจะทำแซนวิชไปกินเสร็จ ก็เกือบแปดโมง ต้องรีบวิ่งไปสถานีรถไฟ
วันหยุดรถไฟมาทุกครึ่งชั่วโมง พลาดขบวนก่อนหน้าไปประมาณ 10 นาที
เลยเดินวิ่งไปวิ่งมา ดูว่ารถไฟชานชลาไหนมาก่อนกัน
แต่มันไม่ต่างกันอ่ะ รอประมาณ 20 นาทีพอกัน เลยต้องนั่งรอ
ลงรถไฟก็ 8.30 แล้ว ต้องรีบวิ่งไปที่ท่าเรือ
เท้าก็เจ็บอ่ะ เพิ่งกินยาไป แต่ด้วยความอยากเที่ยวอ่ะ รีบฝืนเดิน กึ่งเดิน กึ่งวิ่ง
ถึงท่าเรือ 8.40 ก็รีบไปซื้อตั๋ว แล้วก็รีบลงเรือ
เรือเที่ยวแรกจาก Barrack Jetty มีตอน 8.45 ถ้าพลาดก็ต้องรออีกชั่วโมง
วันนึงวิ่งจาก Perth ไป Rottnest Island มี 3 เที่ยว 8.45, 9.45 แล้วก็บ่ายสอง
เรือจากที่ Perth ต้องไปเปลี่ยนเรือที่ Frementle อยู่ดีแหละ
แต่ที่เลือกขึ้นที่ Perth เพราะอยากดูด้วยว่าระหว่างทางไป Frementle จะสวยแค่ไหน
จ่ายค่าตั๋วจาก Perth ไป Rottnest 60เหรียญ (อันนี้ราคา YHA ราคาปกติจะ 64-65 เหรียญนี่แหละ)
เห็นว่าปกติแล้วค่าเรือจาก Perth ไป Frementle มันอยู่ที่เที่ยวละ 20 เหรียญ แพงอ่ะ ไม่เอา
หลังจากเทียบราคาเรือหลายแบบแล้ว ซื้อแบบนี้ถูกว่า ตกเที่ยวละ 8 เหรียญ
เรือกว่าจะออกก็เกือบเก้าโมง แต่ก็ดีที่รีบมาก่อน จะได้จับจองที่นั่งที่เหมาะกับการถ่ายรูป
เลือกนั่งท้ายเรืออ่ะ ตอนแรกนั่งแถวสอง เพราะแถวแรกมีเก้าอี้ว่างอยู่ตัวนึงอยู่ระหว่างผู้ชายสองคน
แต่ก็นะอยากได้วิวอ่ะ เลยถามเค้าว่ามีคนนั่งไหม พอบอกว่าไม่มี รีบโดดไปนั่งเลย
เรือยังไม่ทันออก ก็ถ่ายรูปซะแล้ว อิอิ
จากตรงท่าเรือ ตรงกันข้ามจะเป็น South Perth ซึ่งยังไม่เคยไปเดิน (คิดว่าคงไม่มีโอกาสแล้วด้วย)
มองไปทางด้านขวาจะมองเห็นอนุสาวรีย์ที่อยู่ใน Kings Park
โอ้ว.......สวยอ่ะ ฟ้าใสมาก ๆๆๆๆ
สองข้างทางริมน้ำก็จะมีท่าจอดเรือเป็นระยะ ๆ
บ้านที่อยู่ริมน้ำ ก็น่าจะเป็นบ้านคนรวยอ่ะ บ้านหลังใหญ่อยู่บนเขา
แล้วก็บางช่วงจะมีสวนริมน้ำ เป็นพื้นที่ให้คนมาเดิน วิ่ง ขี่จักรยานเหมือน Riverside Drive ในเมือง
ถึงท่าเรือ Frementle ก็เก้าโมงสี่สิบได้
ต้องรอเรือจาก Rottnest มา กว่าจะได้ขึ้นเรืออีกทีก็ 10 โมงอ่ะ
เรือจาก Frementle ไป Rottnest Island เค้าไม่ให้ไปยืนท้ายเรืออ่ะ
เค้าให้นั่งอยู่กับที่ในเรือ ห้ามลุกไปไหน เราเลยอดถ่ายรูปเลย
จะหลับก็กระไรอยู่ เลยหยิบแซนวิชชิ้นสุดท้ายขึ้นมากิน มื้อกลางวันค่อยไปหาเอาใหม่แล้วกัน
ถึงเกาะประมาณ 10 โมงกว่า แค่เห็นน้ำทะเลก็ไม่อยากกลับแล้ว
เกาะที่นี่เค้าไม่ให้เอารถขึ้นเกาะ เว้นแต่เป็นของเจ้าหน้าที่เท่านั้น
กิจกรรมที่คนส่วนใหญ่ทำคือ ขี่จักรยานเที่ยวกัน
แต่นะ กรรมของเรา ขี่ไม่ได้แล้วอ่ะ พอมาที่นี่เลยต้องเดินเอา กรรมๆๆๆๆๆๆๆๆ
อย่างแรกที่ทำคือไป visitor centre ก่อน เพราะจะไปซื้อทัวร์
ที่ดูไว้คือ underwater explorer ราคา 22 เหรียญ
Train & Tunnel, Oliver Hill 17.4 เหรียญ
แต่พอไปถึงเคาร์เตอร์ ถามถึงทัวร์ เค้าแนะนำทัวร์ทั่วเกาะ 25 เหรียญ
(เกาะนี้มีอยู่ 60 อ่าว แต่จำนวนหาดเนี่ย ถ้าจำไม่ผิด 253 หาด)
แล้วเค้าก็แนะนำ hop on-off คือซื้อตั๋วรถ 10 เหรียญ ลงที่ไหนขึ้นที่ไหนก็ได้ทั่วเกาะ
และแล้วเราก็เลือกอย่างที่เราคิดไว้ underwater explorer แล้วก็ train & tunnel
Underwater explorer ใช้เวลา 45 นาที
Train & tunnel ใช้เวลา 2 ชั่วโมง
ก็ให้เค้าเช็คว่าเราซื้อทั้งสองทัวร์ได้ไหม เพราะต้องเช็ครอบทัวร์อ่ะ
คนขายตั๋วย้ำนักหนาว่า train มันไม่ได้วิ่งทั่วเกาะ แต่เราก็ยังยืนยันว่าจะเอา
จริง ๆ แล้วถ้ามีเวลาเหลือจะซื้อตั๋วรถบัสอีก
แต่กลัวว่าจะกลับไม่ทันเพราะต้องกลับมาขึ้นเรือ 4 โมง เห้อ...........แอบเซ็งเล็ก ๆ
พอได้ตั๋วมาก็ 11.10 แล้ว เดินถ่ายรูปไป น้ำทะเลใส เขียวมรกตมาก
ในมือถือตั๋ว underwater explorer ซึ่งต้องไปขึ้นที่ท่าเรือตอน 11.30
ตอนเค้าให้ตั๋วเค้าก็บอกนะว่าให้ขึ้นที่ไหน แต่ดีใจไงไม่ทันฟัง พยักหน้ารับอย่างเดียว
กรรม............จะขึ้นที่ไหนหล่ะน่ มันมีตั้งหลายท่าอ่ะ.........
เห็นแม่ลูกคู่นึงเดินไปที่ท่าเรือเล็ก ๆ อย่างเร่งรีบ เลยเดินตามไป
ปรากฎว่า ...............ไม่ใช่ เค้าไปขึ้นเรือเค้าอ่ะ
คราวนี้ต้องคิดว่าจะทำยังไง ใกล้เวลาแล้ว 11.20 ยังหาท่าไม่เจอเลย ทำไงดี
คิดๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ในมือกำตั๋ว ก็มองดูเลย แล้วก็ตกใจเพราะเค้าบอกว่า main jetty
Main jetty ก็ท่าที่เราขึ้นจากเรือนั่นแหละ ต้องรีบวิ่งกลับไปอีกเล่นเอาเหนื่อย
จากท่านึงไปอีกท่านึง ดูระยะทางไม่ไกลนะ
แต่ลองคิดว่าแต่ละท่ามันก็มีความยาวของมัน จากเกือบสุดท่านึงไปอีกท่านึง ก็เล่นเอาเหนื่อย
ไปถึงท่าก็ต้องมองหาอีกว่ามันขึ้นตรงไหน พอเห็นป้ายก็ใจชื้นและ เรือกำลังเทียบท่าพอดี
Underwater explorer จริงๆ แล้วมันเป็น reef & wreck tour
ลงเรือไปเค้าก็ให้นั่งตรงใต้ท้องเรือ เรือนี้ท้องกระจกที่นั่งจะเป็นหย่อนขา หันหน้าออกสองข้างของเรือ
น้ำที่นี่ใสมากจนมองเห็นดอกไม้ทะเลอย่างชัดเจน
ไกด์อธิบายถึงพืชทะเล ปลา แล้วก็เรือที่ล่มอยู่กลางทะเล
(ฟังไม่ออกหรอก มัวแต่ถ่ายรูปอ่ะ ไม่สนใจว่าเค้าพูดว่าไร)
ปลาที่นี่ก็เยอะ แต่ไม่ค่อยมีสีสันเท่าที่ควร เราก็นั่งไปถ่ายรูปไป เหมือนเล่นเกมอยู่อ่ะ อิอิ
ทัวร์นี้ใช้เวลาสั้นกว่าที่คิด จะว่าจริง ๆ แล้วมันก็ประมาณครึ่งชั่วโมงอ่ะ
แต่ก็นะ ไม่ได้ดำน้ำ มาดูอย่างงี้ก็ยังดี ครั้งหนึ่งในชีวิต
จะดีอีกอย่างตรงที่พอดูใต้ทะเลเสร็จแล้ว เค้ากำลังจะกลับเข้าฝั่ง
เค้าก็บอกว่าให้ขึ้นไปหน้าเรือ คราวนี้ได้ทีรีบขึ้นไปหาที่เหมาะ ๆ ถ่ายรูปเกาะจากกลางทะเล
ขึ้นเรือมาก็เที่ยงแล้ว ยังมีเวลาเหลือให้เดินเที่ยวเล่นอีก
ทัวร์ต่อไปต้องไปถึงที่นั่นบ่ายโมงยี่สิบ
จาก main jetty เดินไปไม่ถึงสองร้อยเมตรก็จะเป็นร้านค้า
เห็นว่าตรงนี้เป็นที่เดียวที่มีร้านค้า ส่วนอื่นของเกาะจะมีอย่างมาก็แค่ที่พัก
อย่างแรกที่เดินหาคือ หมวก
เค้าร้าน surf shop อย่างเคย แต่ก็ไม่ได้ที่ถูกใจ
คราวนี้เลยเดินไปซุปเปอร์มาร์เกตที่เดียวของที่นั่น
มีหมวด Rottnest ราคา 10 เหรียญ หยิบเลย ด้วยราคาเท่านี้ รูปแบบ ๆ นี้
แล้วก็ได้พวงกุญแจ Quokka มาสองอัน
(Quokka เป็นเหมือนจิงโจ้บวกกับหนูอ่ะ
เห็นเค้าว่าที่เกาะนี้มีเยอะ เลยเป็นสัญญลักษณ์ของเกาะ)
จากนั้นก็เดินไปตามแผนที่ที่มีอยู่ จะได้รู้ว่าที่ขึ้นรถไฟนั้นอยู่ทางไหน
แต่ก็นะ เหลือเวลาอีก เริ่มหิวและแต่ไม่มาก
เลยกลับไปที่ร้าน bakery มีไอศกรีม Ilgelato ได้มาหนึ่งโคน ค่อยหายหิวไปได้
อ้อ มีอย่างนึงที่ประทับใจ ตรงร้านค้า คนพลุกพล่าน
แต่ก็ยังมีนกยูงสี่ห้าตัวเดินหาอาหารกิน ไม่มีรั้วหรือกรงอะไรกั้นเลย
โอ้ว..........ธรรมชาติสุด ๆ ชอบๆๆๆๆๆๆๆ
บ่ายโมงเริ่มเดินไปที่ขึ้นรถไฟ เพราะกะไปนั่งแหละ เจ็บเท้าอีกแล้ว
จากร้านค้าไปที่ขึ้นรถไฟก็ประมาณ 400 500 เมตรได้
ชานชลาจะเป็นร่มไม้เล็ก ๆ แล้วก็มีเก้าอี้อยู่สามสี่ตัว
นั่งได้สักพักก็ทนไม่ไหว เดินไปถ่ายรูปรถไฟดีกว่า อิอิ
รถไฟออกเที่ยงสี่สิบ เพราะรอครอบครัวนึงที่รถบัสมาส่งช้า
ระหว่างทางรถไฟไปถึง Oliver Hill ก็จะผ่านสนามบินเล็ก ๆ
รางรถไฟจะเป็นรางเดียว วิ่งขึ้นเขาซึ่งแต่ก่อนเค้าใช้ในราชการทหาร
ทัวร์นี้เค้าจะมีไกด์อาสาสมัครอธิบายถึงประวัติศาสตร์
ที่ Oliver Hill จะเป็นพื้นที่ของทหาร และจะมีอุโมงค์ใต้ดินเป็นฐานทัพ
ที่นี่จะมีปืนใหญ่ขนาดประมาณ 9 นิ้ว (มันคือขนาดลูกปืนนะ) อยู่บนยอดเขา
เนื่องจาก Rottnest ไม่ไกลจาก Frementle มากนัก
ฐานทัพที่นี่เลยเป็นเหมือนฐานทัพที่ใช้ป้องกันเขตทหารใน Frementle ด้วย
ใช้เวลาในอุโมงค์อยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง
จริง ๆ แล้วความยาวของอุโมงค์จะยาวตั้งแต่ยอดเขาไปถึงชายหาด
แต่เค้าพาดูจริง ๆ แล้วเนี่ย ยังไม่ถึงครึ่งทางเลยมั้ง
จากนั้นเค้าก็พาไปดูอุปกรณ์ทหาร อธิบายเกี่ยวกับปืนใหญ่ ประวัติศาสตร์อีกมากมาย
(อันนี้ไม่ทันได้ฟังอ่ะ มัวแต่ถ่ายรูปเพราะมองจากตรงนี้ไปจะเห็นทะเล กับ lighthouse สวยมากกก)
บ่ายสามโมง เค้าก็เรียกขึ้นรถไฟกลับแล้ว จะไม่กลับก็ไม่ได้ ไม่งั้นคงได้นอนค้างที่นี่แน่
ระหว่างทางกลับไม่ตื่นเต้นและ เหนื่อยมั้ง หิวด้วย
ได้แต่นั่งเช็ครูปที่ถ่ายไปจนถึงสุดทางรถไฟ
ตอนนั้นก็บ่ายสามครึ่ง เรายังมีเวลาเหลืออีกครึ่งชั่วโมง
เดินไปเรื่อยอ่ะ ไปที่นึงจะเป็นบาร์เหล้า แต่มีโต๊ะอยู่กลางแจ้ง
ตัวตึกจะเป็นสีอิฐอ่อน ๆ ดูคลาสสิคดี ชอบ ๆๆๆๆ
Rottnest island เค้าจะไม่อนุญาตให้กินเหล้าตามถนน
คือเดินไปกินไปไม่ได้ ต้องกินกันในที่ที่เค้าจัดให้ หรือไม่ก็ที่พักเท่านั้น
ที่ตรงบาร์นั้นเลยมีแต่พวกขี้เหล้า
(คนที่กินเหล้าที่นี่เค้ากินกันเป็นปกติ แต่ไม่เมามายจนไม่ได้สติแบบขี้เหล้าบ้านเรานะ)
เดินไปไม่เท่าไหร่ก็เกือบสี่โมง
ได้มีโอกาสแวะเข้าร้านขายของที่ระลึก แล้วก็เดินถ่ายรูปเล่น
พอไปถึงท่าเรือ ก็นึกขึ้นได้ว่า Diana บอกว่า bakery ที่นี่อร่อย
แต่จะกลับไปก็กลัวไปขึ้นเรือไม่ทันอ่ะ เลยได้แต่เสียดายไปตามระเบียบ
ไปยืนรอเรือประมาณ 15 นาที เรือก็เทียบท่า
คนมารอเพียบ ถ้าขืนไปช้าคงไม่ได้นั่งที่ติดหน้าต่าง
เลยรีบไปยืนต่อแถวเพื่อขึ้นเรือ พอขึ้นไปก็เลือกนั่งติดหน้าต่าง
แต่ระหว่างทางกลับ หมดแรงอ่ะ หิวด้วย เลยนั่งหลับไปตามระเบียบ
รู้สึกตัวก็เกือบถึง Frementle แล้ว
ห้าโมงเรือก็เทียบท่าที่ Frementle แต่เราไม่มีเวลาเที่ยว Frementle อีกเพราะต้องรีบไปต่อเรือ
เรือเที่ยวสุดท้ายจาก Frementle ไป Perth ก็เที่ยวนี้แหละ
ขากลับหมดแรงเหมือนจะเป็นไข้ เลยนั่งด้านใน
ตอนแรกนึกว่าเค้าจะมีอธิบายอะไรไปตามทาง
แต่เปล่าเลยต้องนั่งเวียนหัวกับคนที่นั่งตรงกันข้าม คุยกันอยู่ได้ แอบเซ็งเล็ก ๆ
กลับถึง Barrack Jetty ก็ 6 โมง
จำได้ว่าเมื่อวันศุกร์ลืมกล่องข้าวไว้ เลยต้องรีบขึ้นไปเอามาล้าง ขืนทิ้งไว้ถึงวันจันทร์มีหวังเน่าแน่
เย็นวันเสาร์ยังมีคนมาทำงานอยู่ในออฟฟิศอีก
โอ้ว.........Vinay เจ้าเก่าแหละ กลับก็ดึก เสาร์อาทิตย์มาทำตลอด ไม่เหนื่อยหรือไงท่าน!!!
กลับถึงบ้านก็เกือบทุ่ม เจอ Diana เค้าเล่าให้ฟังว่าวันนี้เพื่อนมาให้สอนทำอาหารที่บ้านสี่ชั่วโมง
กินข้าวเสร็จเค้าก็ไม่ให้ล้างจาน เค้าว่าว่าวันนี้เหนื่อยพอกัน ไม่ต้องทำไรแล้ว
เรามึน ๆ ปวดหัวอ่ะ เลยขอตัว ไม่ดูทีวีกับเค้า
ลงมานอนตั้งแต่ 3 ทุ่ม สลบเหมือด แต่ยังเสียดายเล็ก ๆ ว่ายังเที่ยวไม่ทั่วเลย อยากไปอีก!!!!!!!!!!!!!!!
